2009/Mar/09


เมื่อวานหลังกลับมาจากส่งแฟนกลับมาตุภูมิ
เราเดินหงอยๆหงิงๆกลับบ้านแบบเหงาโงกเงก
แถมรถเมล์ที่นั่งเข้าซอยมาดันเปิดเพลงใจร้าวอีก (โว๊ย จะทรมานใจกันไปถึงหนายยย)

เดินคอตกเปิดประตูเข้าบ้านแบบมืดๆ
แมวสิบตัวที่บ้านก็ช่วยอะไรไม่ได้ 

เศร้า  เศร้า  เศร้า
คิดถึงแฟรนนนนนนนนนนนนนน
 

เปิดไฟในบ้านให้มันสว่างๆ
เปิดทีวี  คุยกับแมว  รีดผ้า  หาอะไรทำไปเรื่อยๆ 

อาการสำออยแบบนี้ มักจะเป็นเฉพาะเวลาได้เจอแฟน
พอกลับมาอยู่ตัวคนเดียวอีกที ... จริงๆมันก็อยู่ได้ล่ะนะ
ทำกระแด่ะเป็นนางเอกหนังเกาหลีไปงั้นๆแหล่ะ (ฮุ๊ย นังนี่) 


หลังจากทำตัวเป็นนางเอกเกาหลีทำเป็นเศร้าได้ประมาณครึ่งชั่วโมง


ก็จัดการแกะถุงส้มตำปูปลาร้า
และหมอนทอง 1 แพ็ค
(ก่อนหน้าเพิ่งไปนั่งกินฟูจิเซ็ตใหญ่กับแฟนมานะนั่น)

ลั๊ล ลา

อยู่เป็นคู่มั่ง อยู่คนเดียวมั่ง  ชีวิตมันก็แซ่บดีนะค๊าบเพ่น้อง


Edit :
เดี๊ยนกินทุเรียนไปสองต่อน  ส่วนอีกต่อน(ใหญ่) มันยังดิบอยู่ !
พรุ่งนี้เดี๊ยนจะไปหักคอพ่อค้าทุเรียนหน้าปากซอย
มาดูถูกราชินีหมอนทองอย่างเดี๊ยนได้อย่างไรกัน !

2009/Feb/19


ถึงจะไม่ใช่คนเหนือ  แต่ขะเจ้าก็ชอบอู้

 
รูปนี้ไม่มีคอนเซ็ป
วาดในอีลัสด้วยเม้าส์
(จนบัดนี้เดี๊ยนก็ยังไม่มี
Tabletเป็นของตัวเอง)


2009/Feb/19


(ภาพจาก tttonline.net)

เคยอ่านเจอในแม็กกาซีนหัวนอก
เขาบอก สุภาพสตรีกับรองเท้าส้นสูง มันเป็นอะไรที่ขาดกันไม่ได้

แอบเถียงในใจ 
เฮ่ย ...เว้นตูไว้คนก็ได้นะ เพราะขะน่อยไม่ชอบใส่รองเท้าส้นสูง

เอิ่มมม  แต่ชั้นวางรองเท้าในบ้านของเดี๊ยนก็มีอยู่ 2 คู่นะคะ
แต่เคยใส่แค่ 2 ครั้ง  ครั้งแรกใส่ไปงานแต่งเพื่อน (ไฟท์บังคับ)
อีกครั้งตอนใส่ชุดไทยงานมีตติ้งที่ญี่ปุ่น (อันนี้ก็ไฟท์บังคับ ชุดไทยใส่คอนเวิร์สไม่ได้)
ใส่ส้นสูงได้แบบชั่วคราวก็แทบจะเหวี่ยงทิ้ง
เพราะมันเดินลำบาก
ปวดเอว ปวดตุบๆลามขึ้นไปถึงท้ายทอยเฮ้ดแอนด์โชลเด้อโน่นเลย

สาวๆบางคนใส่ส้นสูงเป็นว่าเล่นนี่เค้าเก่งกันจริงๆ
ขอแสดงความนับถือ

แถวออฟฟิศเราเป็นแหล่งรวมตัวของสาวๆที่ชอบใส่ส้นสูงกันเป็นล่ำเป็นสัน
พิด-นาดูแล้ว การใส่ส้นสูง มันเป็นอะไรที่น่าทรมานทรกรรมขาและเท้าเป็นอย่างมาก (สำหรับตู)
ยิ่งรองเท้าส้นสูงแบบเปลือยแบบไม่มีสายรัดส้น ยิ่งพิด-นา ก็ยิ่งอะแมซซิ่งในความพยายาม

เกิดคำถาม(อีก) ว่า เวลาเดิน มันไม่กระเด็นหลุดออกจากอุ้งเท้าหรืออย่างไร
การประคองเท้าทั้งสอง ให้อยู่ในรองเท้าสูงๆ มันต้องผ่านกระบวนการเกร็งกล้ามเนื้อขา
และถ้าเกร็งทั้งน่องขาและจิกเท้าเป็นเวลานานๆหลายชั่วโมงต่อวัน

ผู้หญิงเป็นเพศที่อดทนได้ทุกรูปแบบจริงๆ


หมายเหตุ
- จริงๆการใส่ส้นสูงเป็นสิทธิส่วนบุคคล  ถ้าสาวใดสามารถเขย่งขาบนไฮเวย์ได้ มันก็เรื่องของเขานิหน่า
- แต่ ... เวลาสาวๆที่ใส่ส้นสูงแบบเปลือย  ตอนเดินลงจากบันไดรถไฟฟ้า
รบกวนช่วยกันเกร็งข้อเท้าเวลาลงส้นได้ไหมจ๊ะ

เพราะเสียงรองเท้ากระทบกับพื้นซีเมนต์ มันดังม๊ากกกกกกกกกกกกกกก


2009/Feb/19


ข้อดีของการตื่นเช้า (ตีห้าครึ่ง)

1. อากาศดี แดดยังไม่ออก หน้าไม่ดำ
2. มีเวลาอาบน้ำแต่งตัวแบบไม่ต้องรีบ
3. คลื่นวิทยุมักเปิดเพลงช้าที่เราชอบ
4. แม่ค้าหมูปิ้งในซอยยังไม่ปิ้งหมู  (ทำให้เวลาเดินผ่านหัวไม่เหม็น) 

ข้อดีของการกลับบ้านดึก (หลังสองทุ่ม)
1. รถไฟฟ้าโล่งงงงงงง
2. รถไม่ติด นั่งรถปรื๊ดเดียวถึงที่หมาย
3. อาหารสดในซุปเปอร์ลดครึ่งราคา
4. มีแมวมานั่งรอหน้าบ้าน (รู้สึกเหมือนเป็นองค์หญิงไงมะรู้)

ข้อดีของการอยู่คนเดียว
1. ถ้าบ้านรก ก็ไม่ต้องบ่นใคร
2. อยากกดรีโมททีวีและดีวีดีแบบบ้าระห่ำก็ไม่มีใครมาว่า
3. เดินโป๊ในบ้านได้สบายแฮ
4. อิสระเสรีอ่ะโป๊ะเช๊ะ 

ข้อดีของการมีแฟน(น่ารัก)
1. อยู่คนเดียวมันก็ดี แต่พอมีแฟนแล้วมันดีกว่าอยู่คนเดียว
2. ทำให้มีแรงจูงใจ (Motivation) ในการตื่นแต่เช้าไปทำงาน  
   
สาเหตุคาดว่าเกิดจากแรงขับ (
Drive) ในเชิงบวก
3. มีสองข้อข้างบนนั่นก็เหลือเฟือละ  ไม่ต้องมีข้อ 3 ข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 6  ข้อ 7 ข้อ 8 ข้อ 9 ข้อ 10


2009/Feb/10


พาแลง


พา หมายถึง พาข้าว หรือ สำรับกับข้าว
ส่วนคำว่า แลง หมายถึง ตอนเย็น

พาแลง หมายถึงพาข้าวสำหรับรับประทานอาหารตอนเย็น บางทีก็เรียก พาข้าวแลง
ซึ่งเป็นวัฒนธรรมการกินอย่างหนึ่งที่ทุกคนในครอบครัวมาร่วมกันรับประทานอาหาร
พร้อมหน้าพร้อมตากัน ซึ่งก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีภายในครอบครัวและผู้ร่วม พา

การจัดงาน พาแลง เป็นประเพณีที่นิยมจัดกันในหมู่คนไทยในอดีตที่ได้อพยพมา
จากฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง เช่น พวกไทพวน ไทเวียง และภูไท โดยจุดมุ่งหมายของการ
จัดงาน พาแลง ก็เพื่อจัดโอกาสให้คนในครอบครัว หรือคนในหมู่บ้านเดียวกัน
ที่ได้แยกย้ายกันไปทำมาหากินยังต่างถิ่น ได้กลับมาพบปะกัน อาจจะมีการจัดพิธีสู่ขวัญ
ในงานด้วยก็ได้ นอกจากนั้นก็จะมีการแสดงพื้นบ้านให้ผู้เข้าร่วมงานได้ชม
ในระหว่างที่กำลังรับประทาน พาแลง กัน


งานตุ๊มโฮมพาแลงนี้เป็นงานที่จัดที่บ้านเกิดเมืองนอนของข้าพเจ้า
เพื่อเป็นการเตือนถึงรากเหง้าและชาติกำเนิดของตัวเอง (เดี๊ยนเป็นชาวไทพวนนะฮ๊า)

ในงานมีอาหารแบบไทพวน - แกงพวน - หมูจี่ถังแดง - แจ่วตาแดง
และการแสดง แสง สี เสียง ระเบิดภูเขา เผากระท่อม
นั่งกินข้าวหลาม ดูนางรำ อาบแสงจันทร์คืนวันเพ็ญ



หลังจากจีนโชว์พิธีเปิดโอลิมปิคแบบอลังการบานตะไทที่ปักกิ่ง
ไลท์แอนด์ซาวนด์บ้านเราเดี๋ยวนี้เก๊าก็เลยปั๊ดตะนาไปไกล (เอามั่ง)
แค่ยิงเลเซอร์อย่างเดียวก็คงไม่ตื่นเต้นพอนะคะคุณผู้ชม

เดี๋ยวนี้เค้ามีแบบขึ้นสลิงโชว์เหนือเทพกันเลย ... ให้มันรู้ซะม่าง
อยู่บ้านนอก นั่งกินข้าวหลามกลางทุ่ง
ก็ได้ดูงานแบบอินเตอร์นะคร๊า  ทำเป็นเล่นไป



ที่เห็นในภาพ เป็นนักแสดง (แต่แต่งเป็นพระ) บิน(ด้วยสลิง)โผล่มาจากต้นไม้

แล้วก็ลอยฟิ้ววว ไปมาบนฟ้า ... คนดูก็ส่งเสียงฮือฮา ฮือฮา
(เสียงเพลงประกอบ .... พุทธัง สรณัง คัชฉามิ)



สูงมากเลยทีเดียวเชียวววว ... โอ๊ย หวากเสียว

จริงๆแล้วมีคนแต่งตัวเป็นเทวดา (คนจริงๆ ไม่ใช่หุ่น)
ลอยมาจากท้องฟ้าแถมโปรยดอกไม้อีกด้วย
แต่บังเอิญว่า ข้าเจ้าต๊กใจ ยกกล้องมาถ่ายไม่ทัน


 
ปิดท้ายงานด้วยการจุดโคมยี่เป็ง  สวยงาม โรแมนติคจ๊าบ


ในขณะที่คนอื่นๆ กำลังชื่นชมกับความสวยงามของโคมไฟที่ค่อยๆลอยดิ่งขึ้นไปบนฟ้า

จู่ๆ  พ่อของเราก็พูด(เสียงดัง) ขึ้นมา ท่ามกลางความเงียบว่า


" แหม๊ ... ถ้ามันไปตกใส่หลังคาบ้านใครเข้าล่ะมึงเอ๊ยยยย "



จบข่าวฮ่ะ

ปีหน้าค่อยมาตุ๊มโฮมกันใหม่

2009/Feb/06

แฟชั่นเล็กๆน้อยๆแถวหมู่บ้าน  เมื่อคราหน้าหนาวที่ผ่านมา





ร้อนแล้วนะประเทศไทย

2009/Jan/22




คุณติ๊กคะ

มาส่งรายงานค่ะ

หนังสือเล่มใหม่
season note หมายเหตุฤดู เสร็จแล้วค่ะ อุ่นๆจากโรงพิมพ์

"
เรื่องราวความรู้สึก ความประทับใจ ความทรงจำที่มีต่อฤดูกาลในญี่ปุ่น"
 

เชิญชวนแวะอ่านหมายเหตุเบื้องหลังได้ที่
http://curiouspig.net

แล้วหากพึงใจ ก็ติดต่อรับกลับบ้านโดยตรงได้ที่
http://www.booktailor.net ค่ะ

หมู




อีเมลล์น่ารักๆ ระหว่างคนผลิตหนังสือ

กับ คนอ่าน ที่ติดตามผลงานมาแบบเงียบๆ

ผลงานดีๆ ที่คนทำละเลียดทำ และ คนอ่าน ก็พร้อมรอท่า ที่จะละเลียดอ่าน

จะได้อ่านหนังสือสนุกๆ &
ภาพประกอบน่ารักๆอีกแว๊ว

เย่ ...
 


 

2009/Jan/14




คิทแคทรสโชหยุ
ได้รับเป็นของกำนัลตอนปีใหม่
ซึ่ง
ตอนนี้ก็ยังคงอยู่ในตู้เย็น 

โชหยุเป็นซอสและซีอิ๊วแบบญี่ปุ่น
เอามาผสมเป็นช็อกโกแล๊โต่ะรสซอส

เอ ... เราว่ามันยังไงอยู่นา  จินตนาการรสชาติไม่ถูกจริงๆ

ขนาดคนญี่ปุ่นที่ซื้อมาแจก ยังงงกันเลย  ... อุ๊แหม่จ๊าว คิดได้ไง

2009/Jan/05


สวัสดีปีใหม่
 

งานใหม่ 

ชีวิตใหม่ๆที่เริ่มจะค่อยๆชิน 

เสื้อผ้าใหม่ 

เส้นทางการเดินทางไปที่ทำงานใหม่ (ไกลกว่าเดิม...จ๊าก) 

แต่รวมๆแล้ว  ข้าพเจ้าก็มีความสุขดี 

ถึงจะหนักและเหนื่อยกว่างานเดิม

แต่รู้สึกสดชื่น มีชีวิตชีวา

เพราะมีความรู้สึกว่า สามารถจัดการชีวิตตัวเองได้ดี

รวมทั้งแบ่งความสุขให้คนรอบข้างที่รักเราได้
 

ปีนี้มีแผนใหม่ๆ ที่คิดว่าจะทำอีกสักสองสามอย่าง

แผนเก่าๆที่เคยคิดไว้ บางอย่างก็ได้ทำแล้ว (เย่)

รู้สึกดีที่ทำอย่างที่คิดเอาไว้ได้


ปีนี้  ก็ขอให้พลังไจแอ้นท์จงอยู่กับเราต่อไป

がんばってね!   สู้ๆ เด้อ อี หล้า



2008/Dec/09


แม่เราไปเที่ยวเวียดนามมา
โทรมาบอกเราว่า หยุดวันพ่อ
ให้มารับของฝากอย่างด่วนๆๆ
(ก่อนที่แม่จะเอาไปขาย) 

ของที่แม่ซื้อมาฝากแต่ละครั้งที่เดินทางไปไหนต่อไหน
ล้วนแล้วแต่ผ่านการเลือกสรรด้วยความพึงพอใจของตัวแม่เอง
คือประมาณว่า ซื้อมาฝาก ถ้าชอบ หรือ ไม่ชอบ ก็มิรู้ - มิชี้
ถ้าผู้รับ ไม่ชอบ  - ไม่เป๊ะ - ไม่โดน
แม่ก็จะเอาไปขายหรือไม่ก็แจกแหลก

ดังนั้นแล้ว บล็อกวันนี้ ...
จึงจะขอนำเสนอของฝากจากแม่ผู้ใจดีของข้าพเจ้า
(นานๆแม่จะซื้อของโดนๆมาให้ซะที) 

ขออวดเลยละกันนะ .... อ่ะ  อวดๆๆๆๆๆๆๆ



กำไลและลูกประคำสไตล์
China Girl 



กระเป๋าลูกปัดปักมือล้วน (ไฮโซมาก เข้ากับดิฉันมาก)
 




กระเป๋าผ้าปักจากฮอยอัน




ปิดท้ายด้วย  หมวก ... เอาไว้ใส่ตอนนั่งซักผ้าหน้าบ้าน



ปิดท้ายอีกที ด้วยรูปแม่ของข้าพเจ้า
รูปนี้ แม่เล่าว่า ถ่ายที่พระราชวังเก่า เมืองเว้
เค้ามีบริการแต่งองค์ ทรงเครื่อง และถ่ายรูป สนนราคารูปละ 200 บาท

นำไปอัดกรอบ โชว์ซ๊า (แม่เราคือคนที่ใส่ชุดฮองเฮาสีแดง ยืนตรงกลาง)

เราถามแม่ว่า   ไม่เขินบ้างเหรอ  ถ่ายรูปแบบนี้

แม่ตอบว่า ... โฮ๊ย  ไม่เขินเลย  ช๊อบบบบบ ... ช๊อบมา๊ากกกกก
เดี๋ยวจะไปอีก  ปีหน้ามีโครงการจะไปอาณาจักรสิบสองปันนา
ฮิๆๆๆๆๆๆ