.
.
.
.

แบร่ ....
2008/Apr/29
2008/Apr/24
โครงการของคนรักดนตรี ซึ่ง One-1-Call , U Channel และ Spice Disc
จัดขึ้นเป็นปีแรกที่ค้นหา 10 เพลง 10 วงดนตรี
เพื่อออกอัลบั้มจริงใน 10 สัปดาห์ ซึ่งทั้ง 10 เพลงในอัลบั้ม
น้องๆนักศึกษาเค้าเพลงกันเอง โดยมีพี่ๆนักดนตรี
อาทิ บอย - ตรัย ภูมิรัตน์ , Lullaby , Monotone , Sofa
อพาร์ตเม้นท์คุณป้า ... มาช่วยดูแลเป็นโปรดิวเซอร์ให้
วงน้องชายเฮาก็ไปแจมกับเขา 1 เพลงเด้อ
ชื่อวง Leading Tone
เพลง เท่านั้นเอง
|
ขอแสดงความยินดีกับบักตู่และชาวคณะ
ขอให้ขยันทำเพลงและขยันซ้อมกันต่อไป
กัมบะเตะโย่ !
: : โหลดเพื่อทดลองฟัง กดที่นี่โลด : :

Leading Tone
Music & Lyrics by : Leading Tone
Arranged by : Leading Tone
Produced by : Trai Bhumiratna
Vocal : Tachathat Sakulmajal
Guitar 1 : Suriyo Namnamuang
Guitar 2 : Satika Rattanasuntorn
Bass : Piyawut Kaewpinthong
Drum : Sarawut Winichayakul
เปิดให้ดาวน์โหลด Calling Melody ฟรี ถึง 21 ก.ค. นี้
ดาวน์โหลดเพลงศิลปินกลุ่ม U Band Battle Project I
เสียงเพลงรอสาย Calling Melody เสียงเพลงเรียกเข้า
TrueTone เสียงเพลงเต็มเพลง Full Song ส่งเพลงบอกความรู้สึก M2G
เข้าไปดูรายละเอียดการโหลดได้ที่นี่
http://www.callingmelody.net/
ป.ล. น้องชายข่อยเป็นคนตีกลองโป๊งๆชึ่งจ้า
2008/Apr/21
กลับไปนอนเล่นที่บ้านปราจีนแค่คืนเดียว
แต่ก็อยู่แบบคุ้มค่า เพราะทำโน่นทำนี่เยอะแยะไปหมด
ซักผ้า นวดให้พ่อ เล่นกับหมา ช่วยแม่ขายของ ทำกับข้าว อ้อ แล้วก็ไปเลือกตั้งมาด้วย

พอถึงหน้าร้อน ต้นคูณหน้าบ้านก็จะออกดอกเยอะแยะ
แต่ปีนี้ดอกน้อยกว่าปีก่อนๆ เพราะไม่ได้ตัดกิ่งริดใบออก
เมื่อวันก่อนเดินผ่านไปแผนกเครื่องปรุงอาหารญี่ปุ่นแล้วเพลินอยู่ในนั้นตั้งนาน
แต่เห็นราคาแล้วแพงมาก (สาหร่ายแผ่นยี่ห้อเดียวกับที่เราซื้อมาจากญี่ปุ่น
เราซื้อมาแค่แพ็คละ 100 เยนเอง แต่ที่นี่ขายแพงกว่าตั้ง 3 เท่า !)
คิดว่าน่าจะแพงเพราะค่าขนส่งค่านำเข้า ทุกอย่างก็เลย แพง แพง และ แพง
ลองซื้อมิโซซุปแบบสำเร็จรูปมาลองทำเอง
เลือกแบบราคาถูกที่สุด เพราะไอ้ห่อที่แพงๆน่ะ
อ่านข้างฉลากแล้ว มันผสมผงชูรสทั้งนั้นเลย

อันนี้เป็นมิโซแบบ Instant
มีต้นหอม สาร่ายวากาเมะ และผงปลาแห้งในซองมาให้พร้อม
วิธีทำก็แสนจะง่ายมาก นำเครื่องปรุงในซองมาต้มในน้ำเดือด
ใส่เห็ดเข็มทองกับเต้าหู้ที่หั่นเป็นลูกเต๋าลงไป
มีอะไรเหลือๆในตู้เย็นก็ใส่ๆไปเลยนะคะคุณผู้ชม
แค่นี้ก็เสร็จแล้ว ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที
แถมอร่อยใช้ได้
มิโซซุปกินกับข้าวสวยร้อนๆและผักดอง แค่นี้ก็อร่อยเริ่ด
(แต่วันนั้นเรากินกับน้ำพริกปลาทูแหล่ะ หูย หร่อยอย่างแรง)
ว่าจะลองซื้อพวกเครื่องปรุงCurry มาลองทำ
แกงกะหรี่ไก่ แกงกะหรี่เนื้อ
แล้วก็พวกอาหารเส้นอย่างราเมน เส้นโซบะ แล้วก็อูด้ง
ไปเดินในโซนนั้นทีไร ผีแม่พลอยเข้าสิงทุกที
มิโซซุปเนี่ย ให้กินทุกวันก็ได้นะ เพราะเราชอบมั่ก-มาก
ตอนนี้อยากมีห้องครัวเป็นของตัวเองมากๆเรยยยยยยย
กลับบ้านนอกทีไรเราชอบทำอาหารกินเอง ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารง่ายๆ
แบบว่าอยู่กรุงเทพอึดอัดใจกับการกินข้าวฝีมือคนอื่น
กินแกงถุงบ้างล่ะ อาหารตามสั่งในร้านนี่ก็กินแทบทุกวัน
อยากกินอาหารที่ปรุงเองมากกว่า
แต่แกงถุงที่ต่างจังหวัดบ้านเราก็อร่อยกว่าที่ซื้อในกรุงเทพนะ
พวกแกงป่าทั้งหลาย
(แม่เราซื้อแกงผักติ้วมาให้กิน... เด็ดมากขอบอก)
2008/Apr/18

ซื้อแตงโมที่ตลาดนัดมาลูกบะเริ่มเฮิ่มมม
ลืมไปว่าวันเสาร์จะกลับบ้านปราจีน
อยากกิน
แต่กินคนเดียวทั้งลูกคงไม่หมด

วันอาทิตย์ค่อยกลับมาผ่าแล้วแบ่งมารูโกะข้างบ้านดีกว่า
2008/Apr/17
ทำให้
กระเป๋าแบนไง 
เพราะเพิ่งถอยไอ่ป๊อดไปแหม่บๆ (ตั้งใจจะประหยัดนะเนี่ย)
แต่ก็แว่บไปจนได้ (อ่ะนะ)
พยายามจะไม่เดินแบบสะเปะสะปะเพราะงบจะบานปลาย
เลยวางแผนไว้ตั้งแต่บนรถไฟฟ้าว่าจะไปซื้อหนังสือเล่มที่อยากได้จริงๆ
โหย เดินแค่ครึ่งชั่วโมง
ตบมาสิบกว่าเล่มอ่ะ (อ่ะจ๊ากกก)
เอาหนังสือที่ซื้อมารีวิว ซึ่งเราชอบนะ
แบบว่าเฮ่ย เราอ่านเล่มนี้ เธออ่านอะไรอยู่
ชาวบล็อกอ่านเล่มไหนกันแล้วบ้างก็บอกกันได้นะ

MUD เล่มสองมาแว๊ว เห็นบนแผงแล้วแม่อยากกรี๊ด

ควันใต้หมวก
การ์ตูนขนาดยาว เป็นเรื่องความรักของคนสองคน ที่ไม่น่าจะโคจรมาพบกันได้
ไปงานหนังสือทีไร ต้องได้หนังสือการ์ตูนของคุณตั้มทุกที

เกียวโตไดอะรี่ (Kyoto Diary)
พอเปิดหนังสือเล่มนี้ เหมือนใครมาฉายภาพซ้ำ
เกียวโตทำชีวิตของเราเปลี่ยนไปจริงๆด้วยนะเนี่ย ...
(สัญญาว่าจะกลับไปอีกครั้งนะจ๊ะเกียวโตจ๋า)
(ตอนนี้ก็เปิดหนังสือดูรูปไปพลางๆก่อน)

นอนใต้ละอองหนาว
โดย ปราบดา หยุ่น
เราชอบชื่อเรื่องอ่ะ (ละอองหนาวที่ว่าคือหิมะ)
น้องในบูธบอกว่า
" พี่ๆ เรื่องนี้อีโรติคมากๆ "
" เหรอๆ ... เอาๆๆๆๆ เอามาเลย " - - "

อย่างน้อยที่สุด
เล่มนี้เคยยืนอ่านฟรีที่ Kinokuniya นานแล้วล่ะ
แต่ไม่ซื้อเพราะมันเหลือเล่มเดียว(และก็เยินมาก)
และหลังจากนั้นห็หายากมาก (หมดสต๊อค)
ไปหาซื้อทีไหนก็หมด
เป็นบทสัมภาษณ์พี่ต้อม เป็นเอก ที่อ่านล้วจี๊ดๆจ๊าดๆ
พี่เค้าบ้าดี (แต่โคตรเจ๋งเลยอ่ะ)
หมดตังค์ที่บูธไต้ฝุ่นเยอะสุด
แต่แอบปลื้มการออกแบบปกของสำนักหนังสือที่นี่
การคัดเลือกกระดาษ รวมทั้งรายละเอียดเล็กๆน้อยในการพิมพ์
อย่างเช่นตัวหนังสือบนปกที่นูนๆ เคลือบพื้นผิวแปลกๆ จับๆคลำๆแล้วมันเพลินมือดี
กลิ่นกระดาษก็มีส่วนสำคัญ หนังสือของสำนักพิมพ์นี้
กลิ่นกระดาษมันหอมๆตุ่ยๆ ไม่ฉุนหมึกจนเวียนหัว
การออกแบบรูปเล่มหนังสือ มันคืองานศิลปะอย่างหนึ่งเลยนะ
แวะมาที่บูธวงกลม อยากได้อีกหลายเล่ม แต่ต้องตัดใจซะบ้าง
เอาไว้ค่อยๆทยอยซื้อละกัน (ปลอบใจตัวเอง)
ซื้อแค่เล่มนี้เล่มเดียวเอง

กองทัพซูชิ
เล่มนี้ก็อยากได้มาน๊าน
แต่ไปเจอในร้านส่วนใหญ่มักจะเยิน
ตอนนี้เราชอบหนังสือพวก Comic Essay มากๆเลย
(แล้วเราก็ชอบกินอาหารญี่ปุ่นมากๆด้วย)
ส่วน 2 เล่มข้างล่างนี้ ซื้อที่บูธ สสท.
ซื้อในงานจะถูกกว่าซื้อที่ร้านหนังสือในศูนย์

มารยาทในการทำงาน
ซื้อเพราะเป็นหนังสือภาพการ์ตูนอีกแล้วครับท่าน
แหม คนญี่ปุ่นนี่ก็พิธีรีตองในการทำงานเยอะมากๆเลยนะนั่นน่ะ
ถ้าเราไปทำงานเป็นสาวออฟฟิศที่ญี่ปุ่น
สงสัยคงโดนไล่ออกตั้งแต่วันแรก เหอๆๆๆๆๆ

ภาษาญี่ปุ่นง่ายๆสไตล์การ์ตูน
ตอน ชีวิตในญี่ปุ่น
อ่านเพื่อบิ๊วอารมณ์ตัวเองให้ขยันให้มากกว่านี้
ด้วยการเอาการ์ตูนมาปลุกใจให้ฮึกเหิม (คิดว่าน่าจะช่วยได้บ้างนะ)
จะขี้เกียจกันไปถึงหนายหนอเรา
แวะไปที่บูธมติชน โอ้คนเยอะมั่กมาก อย่างกับแจกหนังสือฟรี
แต่หนังสือที่นี่น่าอ่านทั้งนั้น โดยเฉพาะพวกหนังสือแปล
อ๊ะ อยู่ที่นี่นานๆไม่ดี

Kafka on the Shore
ของ ฮารูกิ มูราคามิ มาลองอ่านงานของมูราคามิ เพราะซาชิซังแท้ๆ
เล่มนี้หนามากๆ จะอ่านจบวันไหนก็ไม่รู้

Pinball ' 1973
ของลุงมูอีกเช่นกัน
(เราว่างานเขียนของมูราคามิแปลกมากๆเลยนะ ออกแนวแฟนตาซีกึ่งๆหลอนๆ)

MURAKAMI ศาสดาเบสเซลเลอร์
โดย 'ปราย พันแสง
สงสัยว่า ทำไมมูราคามิ เค้าสามารถเขียนหนังสือแล้วคนอ่านกันทั่วโลก
มันต้องมีอะไรแน่ๆ
เล่มนี้รวมบทความวิเคราะห์งานเขียนของมูราคามิ แล้วก็หนังสือที่เค้าเขียนมาทั้งหมด
มีแบบแปลและตีพิมพ์หลายชาติหลายภาษามากๆ
โห มีหลายเล่มที่เราไม่คุ้นตาและไม่เคยอ่านเลย
งานหนังสือปีนี้ สังเกตกันไหมว่า บรรยากาศเงียบสงบดี (ถึงคนจะเยอะแต่รู้สึกสบายหู)
ไม่มีเสียงลำโพงดังทะลุแก้วหูแบบปีก่อนๆ
คิดว่าทางผู้จัดคงมีมาตรการควบคุมเสียงในแต่ละบูธ โดยเฉพาะค่ายใหญ่ๆ (หรือเปล่าหว่า)
เพราะหลายปีที่ผ่านมา เราปวดหัวกับเสียงลำโพงที่แต่ละสำนักพิมพ์บิ๊กๆแข่งกัน Hard sale
มาเลือกซื้อหนังสือแบบเงียบๆสงบๆ มันเป็นอะไรที่สบายใจมากๆเลยฮ่า
คนอ่านเค้ารู้กันหน่ะ ว่าตัวเองจะซื้อหนังสืออะไร
ไม่ต้องขยายเสียงให้ดังมากขนาดนั้นก็ได้
2008/Apr/16

ช่วงนี้อากาศมันร้อนนนนนนนน
ขอน้องหญิงทำหวานนนนน บำบัดความฮ้อนหน่อยเหอะนะจ๊ะ
หุ หุ หุ

2008/Apr/16
หยุด 5 วัน เฮาบ่ได้ไปไหนเลยก๊า
บ้านเบิ้นก็ไม่ได้กลับมันหล่ะ
นั่งทำงานฝิ่น ดูหนังแผ่น ดูทีวี ฟังเพลง
และนอนกลางวัน ... (ร้อนๆแบบนี้ต้องนอนกลางวันสิฮะ)
ชีวิตช่างสงบสุขอะไรเช่นนี้

แอบมีเปียกเล็กน้อย
ตอนนั่งรถเมล์ออกไปจ่ายค่าน้ำค่าไฟที่เซเว่นในซอย
อากาศร้อนมาก ร้อนจนหายใจแทบไม่ออก
ตอนกลางวันเราอาบน้ำหลายรอบจนตัวเปื่อยไปหมดเลย
หยุดยาวขนาดนี้ เราไม่ได้เล่นเน็ทเลยอ่ะ (ขี้เกียจจริงๆ)
เพิ่งจะมาออนไลน์วันนี้เนี่ยแหล่ะ
งงมาก สงกรานต์ปีนี้ ทำไมในหมู่บ้านมันเงียบยังงี๊หว่า
โชคดีที่ยังพอหาของกินได้
ทำให้เราไม่ต้องออกไปหากินตามห้างข้างนอก
เราเป็นโรคกลัวคนเยอะๆ
เห็นคนเยอะๆแล้วเราตาลายคล้ายจะเป็นลม
เฮ่อ .... ได้ใช้ชีวิตแบบไร้สาระยาวๆแบบนี้
ชีวิตนี้มันช่างสุขสมอารมณ์จริงหนอ ^^

(แอบ)ถ่ายภาพโดย เด็กหญิงมารูโกะ บ้านฝั่งตรงข้าม
2008/Apr/03
ไปซื้อจากช็อปแถวบ้านแล้วจะฝากเพื่อนหิ้วเอามาให้เราที่เมืองไทย

โอ้ หลั่นล๊า ... ชีวิตไฮโซบนรถเมล์ของเฮา คงมีความสุขขึ้นอีกหลายกิ๊กเลยก๊า
เพราะมีเพลงที่ชอบเอาไว้ฟัง มีหนังที่ชอบเอาไว้ดู
(รุ่นนี้โหลดหนัง โหลด MV เอามาดูได้ด้วย โฮ่ๆ)
(ซื้อผ่านเว็บที่นู่นถูกกว่าซื้อในช็อปที่เมืองไทยตั้งเกือบ 2 พันบาทนะครับพ่อแม่พี่น้อง)
ช่วงนี้บ่ค่อยได้อัพบล็อกเด้อค่า
งานเยอะ ต้องปั่นงานหาเงินเอาไว้สานฝันเยาวชนไทยหัวใจกล้าหาญ
คุณน้องสาวบอกว่าไปลงเรียนวิชา Children's Book Illustration
and Aquarelle Pencil Drawing ... เง่อออออ โคตรน่าเรียนเลยอ่ะ
อิจฉาฟุ๊ย …
ขี้เกียจเขียนอะไรยาวๆ
เพราะคนอ่านก็คงขี้เกียจอ่านตัวหนังสือเยอะๆเหมือนเรา (เดาเอานะ)
^ ^ "
2008/Mar/25
เมื่อคืนดาวพระศุกร์คลอดลูกในบ้าน
เรากำลังจะเปิดคอมพ์นั่งทำงานแต่เห็นดาวพระศุกร์ทำท่าแปลกๆ (และทำเสียงแปลกๆ)
เลยต้องปิดคอมพ์มานั่งเชียร์แมวเบ่งลูกแทน

บรรยากาศการคลอดลูกเป็นไปด้วยดี
คนนั่งเชียร์ก็นั่งเชียร์จนเหนื่อยเหงื่อแตกซิก
(เกิดมาไม่เคยเห็นชัดๆแบบริงไซด์ขนาดนี้)
(ได้ถ่ายทำวีดีโอภาพชีวิตแมวค้นแมวไว้แล้วด้วย)

ถึงแม้ลูกแมวจะตายไป 1 ตัว เพราะมีหัวใจออกมานอกท้อง
แต่ลูกแมวที่เหลืออีกตัวก็อ้วนท้วนแข็งแรง
ตั้งชื่อว่า “ดาวลูกไก่”
หลังจากที่เราเป็นหมอตำแย(จำเป็น)
ก็ต้องมาเป็นสัปเหร่อ เชิญวิญญาณแมวทารกขึ้นสู่สรวงสวรรค์
ไปสู่ที่ชอบที่ชอบ (วาสนาคงมีแค่นี้นะหนูน้อย)
คิดว่าคงต้องจัดการคุมกำเนิดเหล่าแมวสตรีในบ้านแล้วล่ะ
ว่าจะพาไปทำหมันยกเซ็ต แต่ก็ไม่ทันการทุกที
แมวตัวผู้ทั้งหลาย ให้มันน้อยๆหน่อยนะยะ
2008/Mar/24
มานั่งคิดๆดู
รู้สึกว่าเราจะจริงจังกับงานอดิเรกมากกว่างานที่ทำประจำซะอีกนะเนี่ย
เขียนบล็อก
ทำงานฝีมือ
ทำกับข้าว
ปลูกต้นไม้
แบกเป้เที่ยว
แกะยางลบ
เลี้ยงแมว
ถ่ายรูป
เรียนภาษาญี่ปุ่น
ส่วนงานประจำที่ทำอยู่ ก็เหมือนไปทำเพื่อที่จะได้เจอเพื่อนที่ทำงาน
ได้เงินเดือนมาเลี้ยงชีพ
แต่ก็ไม่สนุกและไม่จริงจังเท่ากับงานอดิเรก
ซึ่งแบบนี้ไม่ดีเลยนะ
งานประจำก็ควรทำด้วยความสนุกและจริงจังสิ จริงไหม
หรือว่าเราอาจจะยังไม่เจองานที่ตัวเองชอบมากๆก็ได้
เพราะความสนใจของเราค่อนข้างหลากหลายเยอะแยะไปหมด
โน่นก็อยากทำ นี่ก็อยากทำ เป็นพวก Generalist มากกว่า specialist นะเนี่ย
แบบว่า เกิดมาทั้งที ก็ขอลองมันทุกอย่าง
เคยคุยกับเพื่อนคนนึง ซึ่งเค้าก็ดูประสบความสำเร็จในอาชีพการงานดี (ดูรวยดี)
แต่เพื่อนก็บ่นๆว่า ไอ้ที่ทำอยู่นี้ ก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองชอบจริงๆหรือเปล่า
มีสตางค์ แต่ไม่ค่อยจะมีความสุข
ก็เป็นเรื่องที่น่าคิดนะ
เพราะเป้าหมายของแต่ละคนไม่เหมือนกันอยู่แล้ว
ส่วนงานอดิเรกที่ว่ามาทั้งหมดนั่น
เราก็คงจะเอ็นจอยและจริงจังกับมันต่อไป
ส่วนงานประจำ ก็คงต้องเอากลับไปนอนคิดต่อ
ว่าจะ Play Safe ต่อไป หรือจะออกไปตะแลดแต๊ดแต๋
ออกจากโลกเดิมๆที่เคยชิน
นี่ขนาดทำงานมาตั้งนาน อายุก็ไม่ใช่น้อยๆ
ก็ยังคิดมากเหมือนตอนเรียนจบใหม่ๆเลยนะ
แต่อาจจะคิดน้อยและก็สับสนน้อยกว่าตอนนั้น
อย่างน้อยเป้าหมายในชีวิต มันก็พอจะมองเห็นบ้าง
อาศัยแค่ความกล้า และก็ตั้งใจจริงเท่านั้นแหล่ะ
ที่ผ่านมารู้สึกว่าเราจะติดเล่นมากไปหน่อย (ลืมไปว่าแก่แล้วนะมึง)
อยากเขียนต่อ
แต่รู้สึกว่าเอ็นทรี่นี้จะยาวมากเกินไปแล้ว
นึกไม่ออกแล้วด้วยว่าจะเขียนอะไรต่อ