2008/Sep/23

ตั้งแต่เริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่น
เราก็เริ่มๆเล็งๆ มองๆหาดิคไฟฟ้าคู่ชีพสำหรับไว้ใช้งาน
แต่ไปๆมาๆ ก็ดันไปซื้อเจ้านี่มาจนได้ (แฮ่ม)



จะว่าไปแล้วราคาเครื่องของ NDS ก็พอๆกับดิคไฟฟ้าเลยนะ
แต่
NDS Lite มันทำอะไรได้เยอะกว่าดิค ที่สำคัญคือมี Rom ใหม่ๆ
ออกมาให้โหลด(ฟรี)จากเว็บอยู่เรื่อยๆ  คุ้มค่ากว่าซื้อดิคเยอะเชียวแหล่ะ
แถมหน้าตาก็น่าร๊ากกกกก สมควรอย่างยิ่งที่ต้องมีเอาไว้เพิ่มความแหว๋วในชีวิต

ตอนนี้ที่ใช้บ่อยก็คือรอมที่เป็นดิคญี่ปุ่นกับดิคภาษาอังกฤษ
แหม ถ้ามีดิคญี่ปุ่น-ไทยล่ะก็ จะเวิร์คมากๆเลย
หรือถ้าจะฝึกคัดลายมือคันจิ ก็มีรอมที่น่าสนใจหลายอันทีเดียว
เราโหลดเกมส์ฝึกภาษาญี่ปุ่น(ระดับอนุบาล)มาลองเล่นด้วย
ที่ชอบสุดๆคือเกมส์มาริโอ้นินเทนโด้  ได้กลับมาเล่นอีกครั้งน้ำตาแทบไหล
แบบว่า สมัยเด็กๆติดเกมส์นี้มาก เหมือนกลับไปเจอเพื่อนเก่ายังไงยังงั้น

เวลารถติดๆ หรือต้องนั่งรออะไรนานๆ 
หยิบมาเล่นก็เพลินๆดีนะ

-ムをしましょ。楽しかったです!!

2008/Sep/17


ช่วงนี้ขี้เกียจสุดๆไปเลย
แถมการดำรงชีวิตประจำวันก็มีเรื่องยุ่งๆให้จัดการจุกจิกเยอะแยะเต็มไปหมด 
เมื่อวานเราโดนคุณหมอที่โรงพยาบาลจับฉีดยาแก้บาดทะยัก

เพราะสัปดาห์ก่อนเราโดนแมลงสาบกัด ... เอ๊ย  ไม่ใช่ๆๆๆๆๆ  โดนตะขาบกัด
ตอนโดนกัดใหม่ๆ แบบว่าปวดสุดๆ อีก 7 วันต่อมา เท้าบวมซะงั้น
เพื่อนที่ทำงานขู่ว่า ถ้าไม่ไปหาหมอ ปล่อยเอาไว้ อาจโดนตัดขา !
เล่นมาขู่กันให้กลัวแบบนี้ ก็เลยจำต้องไปพบแพทย์แต่โดยดี

แถม ตอนเย็น กลับถึงบ้าน ก็ดันลืมกุญแจบ้านไว้ที่ออฟฟิศอีก
ฝนก็ตก มืดก็มืด  ยุงก็เยอะ  แมวก็กวนใจ

แต่เพื่อนบ้านใจดีมาช่วยระเบิดกุญแจให้ 
เป็นอันว่า ... ต้องซ่อมลูกบิดใหม่ (เสียตังค์อีกแล้วหนอเรา ... เฮ่อ)

ตอนนี้ลูกแมวที่บ้านก็วิ่งได้แล้ว  ชีวิตเราก็เลยวุ่นวายดับเบิ้ลคูณสามซุปเปอร์แซ่บ
วุ่นวายมโหฬารสุดๆ แมวเด็กอะไรมันจะดื้อกันได้ขนาดนั้น อย่างกะอนุบาลแมวปรอทแตก 

เท่านั้นยังไม่พอ ...
นังแมวขาจร มันคาบลูกแมวอีกสองตัวมาวางหน้าประตูบ้าน (เห็นจะๆตอนคาบมา)

บ้านข้อยมะช่ายสถานสงเคราะห์แมวเด้อ ...
สงสารกันหน่อยเถิ๊ด  แมวพเนจรทั้งหลาย ...
Please!


พักนี้ขี้ลืมบ่อยจัง  ลืมนู่นลืมนี่ ลืมไปแบงค์ ลืมไปจ่ายค่าไฟ ลืมซื้อยาสระผม ลืมปิดไฟห้องน้ำ
มานั่งนึกๆดู สงสัยเราคิดอะไรในหัวมากไปหน่อย  แถมตอนกลางคืน ก็นอนไม่ค่อยหลับ
กว่าจะหลับได้ก็ปาเข้าไปเที่ยงคืนโน่น บางทีก็เลยเวลานอนไปมากเหมือนกัน
 

จริงๆแล้วชีวิตตอนนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไรมากหรอกนะ
แต่เวลาอยู่คนเดียว เราต้องจัดการธุระเยอะไปหน่อยหน่ะ
พอต้องคอยจำว่าวันนี้ๆต้องทำอะไร  มันก็เลยลืมไปซะงั้น
ต้องจดใส่กระดาษหรือไม่ก็ Post it แปะให้เห็นชัดๆไปเลย
จะฝากฝังใครให้ช่วยทำก็มะด้าย (สงสัยคงต้องหาคนมาช่วยจัดการ ... อิ อิ) 

 ไว้เหตุการณ์สงบ จะมาอัพใหม่นะ (ตอนนี้ขี้เกียจมาก ขนาดจะกินข้าวยังขี้เกียจเคี้ยวเลย)

 

2008/Sep/11


อยากรู้ไหมว่าคุณมีหน้าตาเหมือนดาราคนไหน
? 
หมู่เฮาขอนำเสนอเว็บสามารถสแกนหน้าตาของคุณ
พร้อมกับทำการ Matching ว่า เหมือน เหมื๊อน เหมือน ดาราอินเตอร์คนไหนบ้างhttp://www.myheritage.com/FP/Company/tryFaceRecognition.php?lang=TH&collage=1

จริงๆเว็บนี้มันก็มีมานานแล้วนะแต่เราเพิ่งเอามาเล่น (แหม เชยจริง) 

ตอนประมวลผลออกมา ฮาแทบตกเก้าอี้

เพราะ  83% เค้าว่าเราหน้าเหมือน ซอง เฮ เคียวแหล่ะ (กร๊ากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ)

 

น้องที่ทำงานบอกว่า
ผมคิดว่า ...  โปรแกรมนี้ต้องมีการประมวลผลอะไรผิดพลาดแน่ๆ 

(เอารูปตอนอ้วนหน้าบวมมาลงเลยเป็นได้แค่ ซอง เฮ เคียว
นี่ถ้าเอารูปเราที่สวยกว่านี้มาลง  สงสัยได้เหมือน นาตาลี เกลโบว่าแหง๋มๆ) 

 

2008/Sep/07




ดาวพระศุกร์คลอดลูกอีกแล้วครับพ่อแม่พี่น้อง
คราวนี้หมอตำแยเริ่มชิน ไม่ค่อยตื่นเต้นเหมือนครั้งแรกๆ
พอเห็นดาวพระศุกร์เริ่มมีอาการมุดผ้าห่ม ก็แปลว่า เตรียมจัดห้องคลอดได้
พอจัดห้องคลอดเสร็จ หมอตำแยก็ไปนอน (เพราะหมอตำแยไม่ตื่นเต้ลลลแล้วหล่ะ) 


รุ่งเช้า หมอตำแยตื่นมา ก็ตกใจเล็กน้อย
เพราะคลอดออกมาถึง 3 ตัว !

โอ้บุดด้า คุณพระช่วย ! แล้วนี่หมอตำแยจะเอาอะไรกินล่ะเนี่ย

อาหารแมวก็ขึ้นราคาพอๆกับค่าน้ำมัน
นี่ถ้าแมวกินใบมะม่วงได้ก็น่าจะดีนะ 

หมอตำแยคิดว่า คราวนี้หมอตำแยจะไม่ประมาทอีกแล้ว
อาทิตย์หน้าจะไปซื้อยามาฉีดคุมกำเนิดแมวสาวๆ 

ฤาท่านใดสนใจรับแมวน้อยๆน่ารักน่าเอ็นดูไปอุปการะ
ก็ติดต่อหลังไมค์ได้ ...  รับประกันคุณภาพ ISO 14002 

ねこのかそくをわたしのいのちです

2008/Aug/28


น้องสาวอีเมลล์มาขอยืมชุดกิโมโนเพื่อเอาไปใส่งานปาร์ตี้วันฮาโลวีนที่อเมริกา

(
ฝากเพื่อนที่เมืองไทยหิ้วไปให้)
เราก็เลยไปเปิดกล่องเก็บกิโมโนที่โอก้าจังตัดเย็บให้เป็นของขวัญ

ยังอยู่ในสภาพเดิม คือ สภาพที่พับแบบมั่ว มั่ก-มาก


ตอนขากลับจากญี่ปุ่น กระเป๋าเราเป็นแบบ Backpack
เวลาจะใส่ของต้องม้วนๆ กิโมโนแสนสวยก็เลยอยู่ในสภาพเช่นนี้แล

จริงๆแล้วก่อนกลับไทย โอก้าจังสอนวิธีการพับกิโมโนแบบติวเข้ม
เพราะชุดกิโมโนเนี่ย  ต้องพับให้ถูกวิธี  จะช่วยรักษาผ้าและรูปทรง
แต่เราลืมขั้นตอนไปหมดแล้วล่ะ
(แฮ่ะๆ ขออภัยนะจ๊ะก้าจังจ๋า)


เราก็เลย Search ใน Google หาวิธี How to care Kimono
รายละเอียดขั้นตอนการพับสลับซับซ้อน  อะไรจะละเอียดขนาดนั้น


(รูปจาก wikipidia)
กูเกิ้ลนี่ดีจริงๆ  กดทีเดียวมีหมด  ใน youtube มีแบบคลิปวีดีโอสอนวิธีการพับด้วย 


จะใส่กิโมโน ก็ต้องแต่งให้เต็มยศ ต้องมีรองเท้าแตะ และถุงเท้า(แบบคีบ)
มีสายพันโอบิ (อันนี้มีหลายแบบมาก กิ๊บเก๋ทั้งนั้น) ต้องถือกระเป๋าผ้าเก๋ๆ
รวมทั้ง Pattern ของลายผ้า  ถ้าเป็นผ้าไหมญี่ปุ่นล่ะก็งามเด็ดไปเลย

ชุดกิโมโนที่โอก้าซังตัดให้เรานี้ โอก้าซังไปซื้อผ้ามาจากเกียวโต
ลงทุนตัดเอง (ตัดรอไว้ก่อนจะรู้ด้วยซ้ำว่าไซส์เราขนาดไหน  แบบว่า  ตัดตามจินตนาการ)
บังเอิญว่าเราใส่ได้พอดีเป๊ะ  เวลาใส่ก็ต้องสงบเสงี่ยมเรียบร้อย ห้ามก๋ากั่น
ชุดกิโมโนชุดนี้เป็นแบบสำหรับ Summer ฉะนั้นผ้าจะไม่หนามาก ลมโกรกเย็นสบาย
แถมสีสันสะเด็ดสะแด่ว ดอกดวงอะร้าอร่ามาก (วัยรุ่นสุดๆ)

ตอนเราไปเที่ยววัดคิโยมิสึเที่เกียวโต (ช่วงฤดูหนาว)
เราเห็นสาวๆวัยรุ่นใส่กิโมโนถ่ายรูปกันเต็มยศ 


ชุดกิโมโนเดี๋ยวนี้เค้าออกแบบมาแบบเดิ้นๆทั้งนั้น
ดูไม่แก่เชยแบบสมัยเก่าๆ  เด็กใส่ได้ วัยรุ่นใส่แล้วก็น่ารักดี
เราว่าเป็นชุดประจำชาติที่สาวๆใส่แล้วก็เซ็กซี่โดยที่ไม่ต้องโป๊เลยล่ะ
(เราว่าชุดไทยก็เซ็กซี่นะ ...แต่บางทีก็แอบโป๊ ฮิฮิ)

ตอนโอก้าซังมอบชุดกิโมโนให้ เราแทบน้ำตาไหลพรากๆ
แบบว่า ซาบซึ้งในน้ำใจ และไม่คิดว่าจะมีกิโมโนเป็นของตัวเอง

เกินความคาดหมายและไม่คิดฝันมาก่อน

ตอนนี้กิโมโนของข้อยจะได้ไปเที่ยว USA หล่ะเด้อ
ยังไงคุณน้องสาวก็ช่วยพับตามแบบที่แนบไปด้วยนะเพคะ

2008/Aug/21




หนังสือเล่มนี้อยู่ที่บ้านมานาน น๊าน นาน
ตอนเป็นเด็กๆก็ไม่ค่อยจะสนใจเท่าไหร่
ลองอ่านดูก็ไม่เห็นจะอิน สงสัยเพราะว่ายังเด็กเล็กนัก
เลยไม่เข้าใจว่า เรื่องชีวิตของคนเรา โดยเฉพาะความรักเนี่ย
มันซับซ้อนอ่อนไหว
เป็นเด็กเป็นเล็ก  อ่านแล้วไม่เข้าใจหรอกนะจ๊ะน้องหนู  

เมื่อวันก่อน เราไปดูละครเวทีเรื่อง ข้างหลังภาพ มาล่ะ
ต้องขอขอบคุณน้องชายที่บริจาคบัตรมาให้ 2 ใบ  

เราไปดูกับคุณพี่ลอร์ด ซึ่งเป็นมิตรรักชาวแบกเป้ท่องโลกา
คุณพี่ลอร์ดนี่ เราไปเจอกันบนราตรีบัส โดยสารจากเมืองมัณฑะเลย์ไปตองยี

หลังจากที่ไม่ได้เจอกันมาเกือบๆ
2 ปี 
คุณพี่ลอร์ด ก็เลยได้มานั่งชมละครกับข้าพเจ้าสองต่อสอง จู้ฮุกกรูววว์...

ก็สนุกดีนะ เพลงไพเราะ  คุณน้องแพท เสียงดีมากๆ
ร้องเพลงอะไรก็เพราะ ทำเอาเราอินไปเลย
แต่ที่ผิดคาดคือคุณน้องบี้เดอะสตาร์ ทำไมเดี๋ยวนี้เก่งจัง
(
แต่บางทีก็พูดเร็วไปหน่อยนะ ป้าฟังไม่รู้เรื่อง)
ไม่แปลกใจเลยที่ คุณน้องบี้ดังขึ้นทุกวัน มีคนรักเต็มบ้านเต็มเมือง

ไม่อยากสปอยล์  แต่ดูละครของคุณพี่บอยทีไรมี Surprise ทุกที
ฉากน้ำตกที่มิตาเกะ คุณพี่บอยเค้าลงทุนเอาน้ำจริงๆมาเทลงบนเวทีเลย
เรายังไม่เคยเห็นละครเวทีที่ไหนเค้าเล่นแรงกันขนาดนี้เลยนะ !
เป็นที่ฮือฮากับหลายฉากใครที่ชอบอะไรที่ญี่ปุ๊น ญี่ปุ่น ก็น่าจะชอบแหล่ะ (รวมทั้งเราด้วย) 

ขากลับน้องชายไปส่งที่บ้าน ก็นั่งถกกันเกี่ยวกับละครเวที
เรามีความเห็น ตอนที่นพพรถามคุณหญิงกีรติว่า "คุณหญิงรักผมไหม"

เราคิดว่า ถ้าคุณหญิงกีรติกล้าๆหน่อย  ตอบว่า "ชั้นก็รักเธอเช่นกันจ๊ะนพพร"
ป่านนี้คุณหญิงคงมีความสุขไปแล้ว

คุณหญิงก็ไม่น่าจะทำให้มันซับซ้อนเลย  รักก็บอกว่ารักไปสิคะ
คุณหญิงกีรติมาบอกความในใจกับนพพร  
ก็ตอนที่ทุกอย่างมันสายเกินไปซะแล้ว
(แต่...ก็ยังดีที่ได้รักอ่ะนะ)

แต่น้องชายแย้งว่า ... แหม  ผู้หญิงสมัยก่อน เค้าไม่เหมือนผู้หญิงสมัยนี้
โดยเฉพาะ ปัจจัยเกี่ยวกับสถานภาพ ฐานะ หรืออายุ
สุภาพสตรีในสมัยอดีต (โดยเฉพาะคนที่อยู่ในสังคมชั้นสูง)
จะทำอะไร ก็ต้องอยู่ในกรอบจารีตธรรมเนียมของสังคมที่บอกๆต่อกันว่าแบบนี้ๆคือสิ่งที่ถูกต้อง
 

แหม  แต่เกิดมาทั้งทีนะ  อยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ
อยากบอกรักใคร หรืออยากรักใครก็รักไปเถิ๊ดดดด

แต่เรื่องของความรัก (ในแง่ของหนุ่ม-สาว) มันก็ซับซ้อนจริงๆแหล่ะ
จะเอาบรรทัดฐานหรือมาตรฐานของใครมาวัดมาเทียบก็คงไม่ได้

2008/Aug/13


ไปนอนเล่นที่บ้านไม่กี่วัน  กลับมาน้ำหนักขึ้นเชียว
แบบว่ากินเยอะ และไม่ค่อยได้ขยับตัวไปไหน


ดอกไม้ในรูป เป็นดอกไม้ที่บ้านเราเอง (บ้านต่างจังหวัดนะ)
ต้นจำปีนี่ก็ปลูกเองกับมือ (ไม่เคยเห็นจำปีที่ไหนดอกใหญ่เบิ้มขนาดนี้)
พอหน้าฝนปนอากาศร้อน ดอกก็เลย ดูม ดูม ดกเต็มต้น
มีทั้งแบบ บานนนนนมาก   บานนนนน้อย  และยังไม่บาน

หญิงทนดูมะด๊าย  คว้ากระได ปีนหลังคาขึ้นไปเก็บมาเชยชมซะเลย


เราชอบหน้าฝน  เำพราะต้นไม้ที่บ้าน จะพากันเขียวชะอุ่ม อวดความงามกันอะร้าอร่าม
 

 
และดอกไม้ จะออกดอกกันอุตลุด ... ฝนตกจั่กๆ แค่นั่งดูเฉยๆ ก็เพลินแระ

今庭バラジヤスミソなどのはながれいにきいています。
それわタイのはなです。きれいですね。 


ああ。。またふとった!

あまりうんと失いで、
食べてばかりいるので
2キロモふとつてしまいました。

ลองหัดเขียนประโยคดู อย่างมั่วเลย  อย่างนี้คงต้องหาคนมาช่วยตรวจคำผิดละ
ถ้าใครอ่านออกเขียนได้ ก็ช่วยสงเคราะห์ด้วยนะ  จะเป็นพระคุณอย่างมากอ่ะจ๊า

เมื่อเย็น พอเลิกงานก็เปลี่ยนชุดไปวิ่ง (หลังจากหยุดวิ่งไปนานนับเดือน)
หอบแฮ่ก และไม่ฟิตอย่างแรงงงง  อะไรมันจะเหนื่อยขนาดนั้น

หวังว่าพรุ่งนี้ฝนจะไม่ตก เพราะตั้งใจจะออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง

ต่อสู้กับความขี้เกียจ มันช่างยากเย็นเข็ญใจ

2008/Aug/08




ผลสอบเลื่อนชั้นออกมาแล้วจ๊า

คะแนนก็ไม่ค่อยดีมากสักเท่าไหร่ (เราได้คะแนน 75 / 100)
จริงๆคะแนนมันควรจะดีกว่านี้นะ ถ้าไม่ติดขี้เกียจและนิสัยชอบผลัดวันประกันพรุ่ง

ตอนที่ทำข้อสอบ ข้อง่ายๆก็ดันนึกไม่ออกซะนี่
แล้วตอนสอบสัมภาษณ์ถาม-ตอบเป็นภาษาญี่ปุ่นกับเซนเซ
เราก็ดันตื่นเต้น มือเย็น เท้าเย็น
พยายามเรียกสติจับประโยคที่อาจารย์ถาม
เซนเซจะถามครั้งเดียว ถ้าให้ถามซ้ำจะโดนหักแต้ม (อย่างโหด)
แต่พอสอบเสร็จ ก็จำไม่ได้แล้วล่ะว่าเราพูดอะไรไปบ้าง

แต่ที่ตลกมากคือ ตอนสอบ
Listening ฟังประโยคสนทนาจากเทป
กะว่าคงฟังไม่ทันแน่ๆ
กลับกลายเป็นว่า ฟังทันแฮะ ฟังรู้เรื่องด้วย (ดีใจสุดแสน)

พอสอบเสร็จแล้ว ประกาศผลว่าสามารถเรียนชั้นต่อไปได้แล้ว
ก็รู้สึกโล่งใจ และ ดีใจกับสิ่งที่ลงแรงไปแล้ว มันเห็นผล
เพราะเราก็พยายามมากเหมือนกัน
ถึงแม้จะขี้เกียจอ่านหนังสือและขี้เกียจท่องศัพท์มากๆก็ตาม
อย่างหลังนี่ เตือนตัวเองว่า ต้องอ่านหนังสือทุกๆๆๆๆๆวัน

ตอนนี้เราจำคันจิได้แค่ 30 ตัว ... ความรู้แค่เพียงห่างอึ่ง
หนทางยังอีกยาวไกล
ก็ไม่รู้ว่าเราจะสามารถปีนกระไดไต่ไปได้สูงแค่ไหน
ก็ต้องพยายามกันต่อไปนะจ๊ะ
 

ป.ล. เพิ่งให้รางวัลกับตัวเองด้วยการดูดเพลงใหม่ลงไอพอดแบบยกเซ็ต
ชีวิตบนรถเมล์เพื่อประชาชนชาวรากหญ้าอย่างเรา
มันช่างมีฟามสุข แอนด์ แฮ๊ปปูรี่มากมายก่ายกอง

2008/Jul/31


วันศุกร์ที่ผ่านมา แม่แวะมากรุงเทพแต่เช้ามืด
แล้วก็ฝากของเอาไว้ให้เราที่ป้อมยามหน้าออฟฟิศ
พอฝากของให้เราเสร็จ แม่ก็ไประยองต่อ
แม่โทรมาหาเราตอนหกโมงเช้า (เราเพิ่งจะตื่น)
ว่าอย่าลืมไปเอาของฝากที่ยามด้วยล่ะ

เราไปถึงออฟฟิศตอนแปดโมงครึ่ง
พี่ยามกวักมือให้ไปรับของกำนัล

และนี่คือของฝากจากท่านแม่ของข้าพเจ้า

ของฝากประกอบไปด้วย

ถุงผ้าสีชมพู กุ๊กกิ๊ก วัยหวาน ซ้ำยังอาโน๊ะเน๊ะ
พร้อมกับ ร่มมิสทีน สีชมพู๊  ชมพู (มีจีบระบายตรงขอบด้วยแหล่ะ)


เปิดถุงผ้าสีชมพูออกมา ...
 
ก็เจอชุดปลอกหมอนสีชมพูอีก

แถมด้วยเนคไทอีก 1 โหล
!
แม่บอกว่า เอาไว้ให้เราแจกแฟนคลับ (แม่เหมาเนคไทมาจากตลาดโรงเกลือ)

เมื่อวันศุกร์  เราก็ดันใส่ เสื้อสีชมพู มาทำงานซะอีกด้วยแหน่ะ
แล้วเราต้องหิ้ว ถุงผ้าสีมพู  หนีบ ร่มสีชมพู  เดินขึ้นรถเมล์กลับบ้านตอนเย็น
(นึกภาพเอาเองก็แล้วกัน)

สีเขียว สีแดง สีน้ำเงิน สีม่วง สีฟ้า ... หลบๆไปก่อนเลย
ณ โมเม้นท์นี้ ต้อง สีชมพู เท่านั้น

ชีวิตของ
Princess Ticky  ช่วงนี้มันช่างหวานจุ๊-บุ จุ๊-บุ เจงๆ

あの。。わたしわまいものがすきです!。

2008/Jul/29




ลองสั่งหนังสือทางอินเทอร์เน็ตดู
เพราะหนังสือบางเล่มที่เราอยากได้
บางทีก็หายากเหมือนกัน
ส่วนใหญ่จะมีขายที่
Kinokuniya
แต่บ้านเราอยู่นอกเมืองอ่ะนะ (นอกเมืองนะ บ่ใช่เมืองนอก)
จะไป
Kino ก็ไม่ค่อยจะสะดวกเท่าไหร่ (ขี้เกียจอ่ะจ๊า)

วิธีการสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากนักเขียน
แบบนี้ก็สนุกสนานดี
ได้อีเมลล์คุยกันเล็กๆน้อยๆระหว่างคนเขียน กับ คนอ่าน

ที่เจ๋งมากคือ  หนังสือที่ได้รับ ... ใหม่เอี่ยมอ่อง
และ ... แถมลายเซ็นต์ด้วย

ชอบจังเลยเวลาที่มีพัสดุส่งมาถึงเรา (ชอบการรอคอยด้วย)
ถึงจะรู้ว่าข้างในเป็นอะไร แต่ก็ตื่นเต้นดีหน่ะ



คุณอัญชลีห่อหนังสือด้วยกระดาษสีสดใส ส่งมาให้อย่างดี
ทำให้นึกถึงร้านหนังสือเดินทางที่ป้อมพระสุเมรเลย
ร้่านนั้น เวลาซื้อหนังสือ พี่เค้าจะห่อกระดาษสวยๆอย่างพิถีพิถันแบบนี้แหล่ะ


แกะหนังสือออกมาจากห่อ เปิดไปก็น้ำลายหกไป
อยากอ่านมากๆ
แต่สัปดาห์นี้ มีไฟท์บังคับที่ต้องอ่านหนังสือสอบภาษาญี่ปุ่น (สอบวันเสาร์)




คงต้องวางสะแตนด์บายเอาไว้ตรงหัวเตียงก่อน
สอบเสร็จ ค่อยมานอนละเลียดอ่านให้สบายอารมณ์

อ้อ  ขอโฆษณานิดนึง
เราสั่งซื้อหนังสือจาก
booktailor
ซึ่งเป็นร้านหนังสือเล็กๆของ คุณหมู อัญชลี ศรีไพศาล

อ่านบล็อกนี้แล้ว โอ้ว ... ไอเดียเจิดจรัส
ทำให้ต้องเปิด
Mailbox สั่งหนังสือในบัดดล

เคยรู้สึกดีใจบ้างไหม 
เวลาเจอคนที่ชอบและสนใจอะไรๆ เล็กๆน้อยๆ รอบๆตัว คล้ายๆกัน
สถานที่-ต้นไม้-ดอกไม้-ใบไม้-ฤดูกาล-สองข้างทาง-หีบห่อ
หรือแม้แต่ ...ขนมหวาน
 


ความรื่นรมย์และความละเมียดละไม
เป็น
ปัจจัยที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตนะ