

เพื่อนของเราคนหนึ่ง เล่าให้ฟังว่า มันเกลียดช่วงเวลาระหว่างรอยต่อของวันเป็นที่สุด
นั่นก็คือเวลาเย็นๆ โพล้ๆเพล้ๆ เวลาที่พระอาทิตย์ตกขอบฟ้าไปแล้ว
แม้ว่าดวงอาทิตย์จะอำลาลับขอบฟ้า แต่ว่าแสงสุดท้ายยังคงอยู่
ซึ่งไอ่แสงที่ว่านั้น มันเป็นแสงสีน้ำเงิน ทะมึน ทะมึน
ณ ช่วงเวลานั้น
ท้องฟ้ามันจะฟ้า ก็ไม่ฟ้า จะน้ำเงินก็ไม่ ... จะมืดก็ไม่ยอมมืด
เพื่อนบอกว่า ... เห็นท้องฟ้าสีแบบนี้แล้ว
มันรู้สึกเศร้าใจอย่างบอกไม่ถูก
ต้องเข้าไปหลบในตึก เอาแบบที่ไม่ต้องเห็นฟ้าหรือเห็นบรรยากาศข้างนอก
เราเคยเห็นแต่คนเกลียดงู เกลียดหนู เกลียดจิ้งจก ตะขาบตะเขิบ อะไรก็ว่ากันไป
แต่ไอ้นี่มันเกลียดท้องฟ้าเวลาโพล้เพล้
งงกับมันจริงๆ ...
แล้วเพื่อนมันก็เฉลย
บอกว่า ที่ไม่ชอบช่วงเวลาย่ำค่ำ ก็เพราะมันฝังใจกับอดีตในวัยเด็ก
มันคืออดีตอันแสนเศร้าของชีวิตนักเรียนประจำ ที่ต้องอาศัยอยู่กินในหอพักในโรงเรียน
ตอนนั้นมันคิดถึงบ้านมากๆ
หลังจากอาบน้ำและกินข้าวเย็นที่โรงอาหารรวมแล้ว
มันจะมานั่งตรงระเบียงหอพัก
นั่งมองไอ่แสงสีแดงๆ ส้มๆ ฟ้าๆ น้ำเงินๆ
นั่งมองจนกระทั่งฟ้าดำมืดสนิท
นั่งมองแบบนี้ ทุกวัน ทุกวัน
บางวันก็นั่งร้องไห้แงๆ
ร้องไห้เพราะคิดถึงคนที่บ้าน คิดถึงพ่อ คิดถึงแม่
ดังนั้นแล้ว
เวลาที่เห็นแสงสุดท้ายของวัน
ภาพและบรรยากาศเก่าๆที่สะสมไว้ในจิตใต้สำนึกของมันก็จะออกมาเพ่นพ่าน
รบกวนจิตใจอยู่ตลอดเวลา
และนี่คือสาเหตุแห่งโรคที่ยังรักษาไม่หาย
โรคกลัว กึ่งมืด กึ่งสว่าง
เราก็ได้แต่หวังว่า สักวันหนึ่ง
เพื่อนเราจะสามารถนั่งมองท้องฟ้ายามเย็นได้อย่างสบายใจ สบายอารมณ์
และก็เลิกกลัวแสงกึ่งมืด-กึ่งสว่างซะที...

อยากจะบอกเพื่อนว่า ท้องฟ้าตอนนั้นน่ะ ... สวยที่สุดแล้วเพื่อนเอ๋ย ...





