tick-in-my-view

.
.
.
.


ท่านก็เพิ่งจะสึกมาไม่ทันไร (อุตส่าห์ไปบวชตั้งอาทิตย์นึง)

ผมยังไม่ทันขึ้นดีเลยนะพี่ทิด ...



โธ่ถังเอ๋ย ..

เออหนอ ... วงการมายา ... มันก็มายา สมดังคำจริงๆเลย



* นินทาพระ ... ชั้นจะบาปไหมเนี่ย ... (น่าจะบาปนะแก ระวังฟ้าจะผ่ากบาล!)

เราเป็นพุทธศาสนิกชนคนหนึ่ง

ที่ยึดหลักธรรมะและคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นสปอตไลท์นำทางชีวิต

.

.

แต่ว่าเราไม่ศรัทธาพระสงฆ์นะ...

จะให้เรากราบไหว้ เพราะสถานการณ์มันบังคับให้เราต้องกราบไหว้ ... เราก็กราบไหว้ได้

แต่ใจของเราไม่รู้สึกศรัทธาเลยแม้แต่นิด ...

ยิ่งพระสงฆ์ยุคสมัยจตุคามครองนคร (นี่มันกลียุคหรือไร?)

เรายิ่งรู้สึกว่า ... วงการพระพุทธศาสนาบ้านเราตอนนี้มันเสื่อมๆอย่างไรไม่รู้ ...

.
.



เราเป็นคนชอบกินอะไรแปลกๆ (แต่ไม่เข้าขั้นโรคจิตนะ)
แปลกในที่นี้หมายถึง ชอบเอาของที่ไม่คู่ควร มากินคู่กัน
อาทิเช่น กินแอ๊ปเปิ้ลกับน้ำพริกกะปิ กินเครปสตรอเบอรี่ใส่ทูน่า
กินแตงโมกับแกงเขียวหวาน
กินไอติมรสช็อกโกแล็ตแกล้มกับต้มยำทะเล

อะไรประมาณนี้ ...


อี๋ๆๆๆ ... อย่าเพิ่งอ้วกกันซะก่อนล่ะ

เรามีเหตุผลในการทดลองกินอะไรแปลกๆนะ

เราคิดว่าอาหารแต่ละอย่าง จะมีรสชาติในแบบฉบับของมัน
ซึ่งอาหารบางอย่าง ก็เหมาะเจาะที่จะกินคู่กับอาหารบางอย่าง
ภาษานักชิมเค้าบอกว่า รสชาติเช่างเข้ากันได้ดี

เหมือนกับไวน์แดง ที่ต้องกินกับเนื้อ
หรือ กล้วยไข่ ที่ต้องกินคู่กระยาสารท

แต่ว่า ... มันน่าเบื่อนะ ถ้ามีสูตรบังคับตายตัว
ว่าต้องกินไอ้นี่ คู่กับไอ้นั่น
หรือ ห้ามกินนั่น คู่กับไอ้นี่ ...

ของคาว ก็ต้องอยู่ในหมวดของคาว
จะเอามากินปะปนกับของหวานไม่ได้ ... มันผิดผี
.
.
.

เราเคยลองสั่งเครปรถเข็น ... เป็นเครปน้ำพริกเผา
แต่จะขอเบรคความเค็มและเผ็ด
ด้วยการเติมลูกเกด พร้อมกับราดซอสบลูเบอรี่ลงไป

แปลงร่างเป็นเครปลูกครึ่ง ... ที่รสชาติเค็มๆหวานๆ ปะแล่มๆ
แปลกๆ แต่ก็อร่อยดี
เวลาสั่งมากินทีไร ก็จะโดนค่อนขอดว่า ไอ้บ้า ... กินอะไรพิลึกๆ

แต่เราก็ยังคงสนุกกับการทดลองกินของคาวปะปนกับของหวานต่อไป
(ช่างเป็นพฤติกรรมการกินที่ไร้รสนิยมเสียนี่กระไร)

เวลาที่ได้ค้นพบการแมชชิ่งของอาหาร 2 อย่างที่ไม่น่าจะเข้ากันได้
แต่ว่ามันเข้ากันได้ ... มันเป็นเรื่องน่าตื่นเต้ลลล์

รสนิยมในการรับประทานของเราอาจจะพิลึกสักนิด

แต่ว่ามันก็เป็นสีสันอย่างหนึ่งในชีวิตนะ

.
.
.

หวานอย่างเดียวก็ไม่ดี
เค็มไปก็ไม่เวิร์ค
ต้องเค็มๆ หวานๆ (ขมๆ) ... แบบนี้แหล่ะ

มันจ๊าบ จ๊าบ ดี



ถ้ารักกันก็อย่าเก็บไว้ในใจ
  

ยิ่งคนใกล้ตัวเท่าไหร่ก็ยิ่งอย่าละเลย 

ลองนึกดูว่า ตัวเองพูด "ขอบคุณ"  "ขอโทษ"  "รัก"  "คิดถึง"  "เป็นห่วง"  

กับคนในครอบครัว , เพื่อนสนิท หรือ คนรัก ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ 

ลองหันมาเป็นคนกล้าแสดงออก

กล้าเปิดเผยความรู้สึกในด้านบวกกันบ้างดีไหม
 

รักใคร ชื่นชมใคร หรืออยากจะขอบคุณใคร

ก็บอกให้เขาได้รับรู้แบบเป็นรูปธรรม




(ไม่ต้องรอถึงวันวาเลนไทน์ก็ได้นะ)


เพื่อนในที่ทำงานของเรา (บังคับ)ให้เราทำวีดีโอพรีเซ็นเทชั่นงานแต่งงานแบบด่วนๆๆๆๆ
ให้ตังค์ค่าแรงด้วย (แต่เราคงไม่รับเงิน)

งานแต่งที่ว่า ไม่ใช่งานแต่งของเพื่อนเรา แต่เป็นงานของพี่สาวเค้า
ซึ่งเราก็ไม่รู้จักและไม่สนิทอะไรเลย

ปกติเราจะรับงานแบบนี้เฉพาะคนที่รู้จักและสนิทกันจริงๆเท่านั้น
ไม่ใช่อะไร  แต่เป็นเพราะว่า การจะตัดต่อภาพ
เพลง และเรื่องราวออกมาเป็นหนังสั้นๆ 1 เรื่อง
อย่างน้อยเราก็ต้องรู้จักนิสัยใจคอและบุคลิกของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งบ้างใช่ไหม

แต่งานนี้เพื่อนของเราขอร้องให้ช่วยทำ 
เราก็ดันปากหนักไม่ยอมปฏิเสธไปตั้งแต่แรก (เพราะความเกรงใจแท้ๆ)
แถมข้อมูลที่ให้มาก็น้อยถึงน้อยมาก

บ่าวสาวก็ดูไม่ค่อยกระตือรือล้นเท่าไหร่นะ (เรายังไม่เคยคุยกับเค้าเลยด้วยซ้ำ) เหมือนกับว่า ...
อ่ะ ... งานแต่งงาน ก็ต้องฉายวีดีโอ อะไรประมาณนี้

สาระสำคัญอยู่ที่ไหนกันล่ะ
หรือแค่  อยากทำให้เหมือนๆกับคนอื่น
เห็นเค้ามี ก็อยากจะมีบ้าง

ไม่เข้าใจเล๊ย  ว่าทำไมต้องมีวีดีโอพรีเซ้นท์ด้วย (มันเป็นกฏไช่ไหมเนี่ย)
นี่ถ้าไม่มีแล้วมันจะเป็นไรไหมเนี่ย (อันนี้เราบ่นคนเดียวในใจ)

เพราะความที่ไม่รู้จักเจ้าบ่าวเจ้าสาวเป็นการส่วนตัว
ทำให้เราไม่อิน และไม่ค่อยสนุกเท่าที่ควร (+ความขี้เกียจเข้าไปด้วย)

ฝืนๆทำไป แถมไม่มีอารมณ์ร่วมอีกต่างหาก  โห  เซ็งตัวเองชะมัด

รู้งี๊  ถ้าไม่อยากทำ ก็ควรปฏิเสธไปตั้งแต่แรกเลยนะ (ไม่น่าพลาดเลยเรา)
เอาเวลาไปนอนดูดีวีดี เล่นกับแมว อ่านหนังสือให้สบายใจเฉิบดีกว่า

ตอนนี้รู้สึกเครียดๆอ่ะ (เครียดเพราะไม่อยากทำ แต่จำเป็นต้องทำ เพราะรับปากไว้แล้ว)

เฮ้อๆๆๆๆๆๆ   แต่ก็(ควร) ต้องทำให้เสร็จนะ

และจำไว้เลยว่า  ทีหลังอย่ารับปากอะไรโดยที่ไม่ได้ทันยั้งคิด
จำไว้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


* เพิ่งรู้ว่า กรรมวิธีในการจัดงานแต่งงาน เค้าต้องเริ่มเป็นหนี้กันเป็นแสนบาทเลยเหรอ
* และเพิ่งรู้ว่า เดี๋ยวจัดงานเสร็จ ค่อยเอาเงินในซองช่วยงานมาจ่ายหนี้ก็ได้

* (เราก็ได้แต่คิดในใจว่า
แล้วมันจะพอจ่ายเหรอ ?)


เอ่อ   ก็ขอให้รักกันอย่างพอเพียงนะจ๊ะทุกคน



ขอบ่นหน่อย ...
 
เราโดนก๊อปผลงาน Illustrate

ถูกนำไปเผยแพร่ที่เว็บไซต์(ชื่อดัง)แห่งหนึ่ง

นำงานไปใช้ โดยไม่มีการขออนุญาต

และไม่มีการทำ Credit ตามมารยาทที่ควรจะเป็น

ถ้าเป็นรูปภาพที่เราถ่ายเอง ถ้าจะเอาไปใช้เราไม่ว่าหรอกนะ

แต่ภาพการ์ตูน Illustrate ที่เราออกแบบ

แล้วเราทำลายน้ำเป็น Trademark ไว้อ่ะ

ถ้าจะเอาไปใช้งาน รบกวนอีเมลล์มาขอกันก่อนก็ได้

เราไม่หวงหรอก ออกจะดีใจด้วยซ้ำที่ผลงานได้เอาไปเผยแพร่


รูปนี้คือผลงานต้นฉบับของเรา
* อ้างอิงจากเอ็นทรี่ที่เราเก็บผลงานของเราเอาไว้ เข้าไปดูกันได้ที่นี่ *



แต่ แต่ แต่

เขาผู้นั้น กลับนำผลงานของเราไป ' โม ซะน่าเกลียด

และไม่มีการขออนุญาตแบบเป็นกิจลักษณะ

ข้างล่างนี้คือผลงานของเรา ที่ถูกนำไปปู้ยี่ปู้ยำให้ช้ำใจเล่นๆ
น่าเกลียดชะมัด

เห็นรูปนี้เราก็ ... แบบว่า อึ้งๆไปสามวิ

ก็เล่น(ขโมย)ผลงานของเราไปแบบเต็มๆ

แถมเอาไปทำเป็น GIF
Animation โชว์หรา (ไดคัทตรงขอบน่าเกลียดสุดๆ)

ที่สำคัญ ทำไมต้องลง Trade Mark ว่า kapook.com ด้วยล่ะ

เรื่องนี้เราไม่รู้เรื่องมาก่อน

น้องสาวของเราที่อยู่อเมริกาเป็นคนส่งอีเมลล์มา(ฟ้อง)

+ + + แต่เหตุการณ์แบบนี้ ใช่ว่าเกิดขึ้นครั้งแรกกับเราหรอกนะ ! + +

เมื่อ 2เดือนก่อน เราเพิ่งไปเรียกร้องสิทธิ์จากการโดนละเมิดลิขสิทธิ์

จากลูกค้าชาวต่างชาติที่มันคงเห็นว่าหน้าตาอย่างเราน่าจะโกงได้ง่ายๆ

แต่ด้วยความถูกต้องของกระบวนการยุติธรรม

(ต้องขอบคุณฝ่ายกฏหมายและอนุญาโตตุลาการที่ออฟฟิศเราที่ช่วยแนะนำ)

ทำให้เราสามารถจัดการกับคนนิสัยเสียได้


เราผู้ซึ่งไม่รู้เรื่องกฏหมายลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญา

ก็ต้องกลับไปอ่าน พ.ร.บ.อินเตอร์เน็ท อีกรอบ


....

ยัง ...
มันยังไม่หมดแค่นี้

ภาพ
Illustrate ของเราบางภาพ ยังถูกนำไปใส่ใน Avatar ใน Hi5
เอาไปใช้โดยที่ยังมีชื่อของเราแปะอยู่เลยอ่ะ
โอ้โหสุดยอด (แหม มันน่าภูมิใจเจงๆ)

ของแบบนี้ดูเป็นเรื่องธรรมดานะ
แต่ถ้ามองให้ดี นี่มันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ทางปัญญา
โอเค  งานของเราอาจจะยังไม่ได้ไปขึ้นทะเบียนจดลิขสิทธิ์
แต่ว่าเราเขียนชื่อของเรา
เอาไว้ในผลงาน ก็น่าจะรู้ๆกันนะ
เสียมารยาทจริงๆเลย

แถมเป็นอีเว็บกะปุกกะโปกนี้อีก (ขออภัย แบบว่าของขึ้น)

* * * * ลอง
อ่านคดีความที่เป็นประเด็น HOT
ของ kapook.com ได้ที่นี่
จะได้เข้าใจอะไรเยอะขึ้น
ว่าอีเว็บนี้มันไม่ธรรมดาจริงๆ * * *

ฝ่ายกฏหมาย
แนะนำว่า ต้องยื่น NOTICE ไปให้เค้าทราบซะ
เตือนๆให้รู้ซะมั่งว่า เว็บไซต์ที่สุดแสนจะโด่งดัง(ในทางที่ไม่ค่อยดี)
ก็ควรจะระมัดระวังในการนำภาพของชาวบ้านเค้ามาประกอบบนเว็บของตัวเอง


พี่ทนายบอกว่าเดี๋ยวจัดการให้
ควรจะทำเรื่องนี้ให้เป็นตัวอย่าง
อย่าปล่อยทิ้งไว้เฉยๆ  มันเป็นทรัพย์สินทางปัญญา

เฮ้อ ...

เฮ่อ

ก็ติดตามกันต่อ ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป
 

* EDIT เพิ่มเติม (3/07/51) *

ไม่ได้มีแค่เราที่โดนขโมยของ

แต่ก็ยังมี นี่ และ นี่ และ ก็นี่ และคาดว่าน่าจะมีอีกหลายคนที่เจอเหตุการณ์แบบเรา

ส่วนใหญ่ก็จะทำอะไรได้ไม่มาก เพราะเรามันก็แค่คนสร้างงานตัวเล็กๆ


เราไปโพสต์ประเด็นนี้เอาไว้ในบอร์ดฟ้อนต์ฟอรั่ม

http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,13435.0.html

ซึ่งก็ได้ข้อมูลและความคิดเห็นที่มีประโยชน์มากๆ

ถึงจะเป็นสังคมเล็กๆ แต่ก็เป็นพลังเงียบที่ไม่ได้นั่งเงียบอยู่หน้าจอคอมพ์เฉยๆ


แบบนี้ต้องจัดการ
!