tick-diary



สืบเนื่องมาจากการไปตะลอนตลาดนัดจตุจักรเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ทำเอาอิฮั้นป่วยเลยทีเดียวเชียว
Help me ! i am sick ka ! ..... sneeeeeeezzzzzzzz !


แสดงแบบโดย : เด็กหญิงดาวพระศุกร์ ตีบทแตกกระเจิงเงิงเอย

สาเหตุเป็นเพราะอากาศมันร้อนมากร้อนจนตั้งตัวไม่ทัน
พอร้อนปุ๊บ มันก็หิวน้ำใช่ไหม
ว่าแล้วก็ซื้อชาเขียวแบบเย็นแสดๆๆๆๆๆ (แบบที่แม่ค้าเค้ากวนจนแข็งเป็นวุ้นน่ะเค่อะ)
จะบอกว่าการดื่มน้ำเย็นจัดๆ ในขณะที่อุณหภูมิในร่างกายเรายังร้อนระอุอยู่
เมื่อความร้อน กับ ความเย็น (จัดๆ) มาปะทะกัน มันก็จะไปเหลืออะไรล่ะคะแม่จ้าว

นอนเจ็บคอ ปวดหัว ตัวร้อน ไอกุกๆอยู่ที่บ้าน(และที่ทำงาน)

เป็นที่น่าเวทนายิ่งนัก (โถๆๆๆๆ น่าสงสารจริงๆ แม่หนูเอ๊ย)

...

วันนี้ (วันศุกร์)
ไปหาหมอมาแล้ว
เพราะคาดว่า หากยังขืนกระแดะไปซื้อยามากินเอง
ทำตัวประหนึ่งว่าตูข้าเป็นเภสัชกรทีมชาติไทย
ยังไงก็ไม่หายแน่ๆ

ไปหาหมอ(จริงๆ)เถอะนะแก


ได้ยามา 1 หอบ

...

วันนี้ไปชั่งน้ำหนักที่โรงพยาบาล
ตายแร๊น ... ป่วยมา 5 วัน ...น้ำหนักลงไป 2 กิโล (ฮือ)
ถึงว่า ... ทำไมกางเกงมันจะหลุดตูดอยู่เรื่อย ... กรูผอมลงอย่างน่าใจหาย

ช่วยด้วยๆๆๆๆๆ

ตลอดสัปดาห์แห่งการป่วยที่ผ่านมา กินแต่อาหารอะไรก็ไม่รู้
(ไม่ค่อยอยากจะกินด้วย มันเจ็บคอหน่ะค่ะเจ้)
แถมยังไม่ได้ออกกำลังกายอะไรเลย
โทรม แอนด์ ผอม ร่างกายและสติสะตังมัน นอยด์ๆเบลอๆ
มองเห็นนกเป็นควาย เห็นควายเป็นนก
สัญญากะตัวเองว่า หายป่วยเมื่อไหร่ตูจะไปว่ายน้ำแระ ... สัญญาๆๆๆๆๆๆๆ

...

อาหารของคนป่วย
ด้วยความที่ไม่อยากจะกินอะไรจริงๆจังๆ


เย็นนี้ ก็กินไอ่นี่ละกัน ...

ส่วนซูชิโฟมเบ็นโต่ะนี่

ก็ไปสอยมาจากท๊อปพร้อมกับชามข้างบนนั่น
(นี่ๆ นังดาวพระศุกร์ ... ไม่ใช่อาหารของหล่อนนะยะ ... ออกไปเดี๋ยวนี้! ชิ๊วๆๆๆๆๆ)
(เห็นไหมคะ ... ว่าตูกินอะไรไร้สาระมาก)
งับวาซาบิเข้าไป ... โอววว จมูกโล่งงงงง โล่งหูโล่งคอดีจริงๆเน่อๆๆๆ

ตบท้ายด้วย น้ำส้มสีทองทิปโก้ (อีชั้นไม่ได้สะแน๊บรูป)

ในกล่องมันบอกว่ามีเนื้อส้มและเกล็ดส้มโด้ย

ดูดจนหมดกล่อง ... ไม่เห็นจะมีเกล็ดส้มอะไรอย่างที่ว่า ... เฮ่ย โม้นี่หว่า
รู้งี้ซื้อมาลีมากินดีกว่า คิดว่ามาลีรสชาติดีกว่าทิปโก้นะ ทิปโก้น้ำส้มมันขมๆพิกล
ไม่หวานชื่นใจเหมือนมาลี (มีแอบโฆษณาด้วยฮ่ะ)(อีชั้นไม่ได้ค่าโฆษณานะยะ)

...

ตามที่เคยบอกเอาไว้จาก entry ที่แล้ว


นี่ไง ...


กระถางแคคตัสที่ซื้อมาจากตลาดนัดจตุจักรเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา (ที่ทำเอาตูป่วยง่อยไปเลย)

กระถางละ 10 บาท แต่เราแอบไปซื้อตระกร้าไม้ไผ่มาด้วย อันละ 5 บาทเองง่ะ
(กรี๊ด ... น่าย๊าก มากกกกกก)

เอามาใส่กระถางแคคตัสแล้วดูดีมีระดับขึ้นมาเลยเชียว

เค้าบอกว่า เอาวางไว้บนโต๊ะคอมพ์มันจะช่วยดูดรังสี (เฮ่ย ..จริงอ่ะ)

หวังว่า น้องแค๊กคงจะอยู่กะอีตริ๊กไปนานๆนะฮ๊า
เพราะว่าซื้อตะบองเพชรมาเลี้ยงทีไร ... ตายเรียบหมด
เพิ่งบางอ้อว่า ... อย่าไปรดน้ำบ่อย แค่เดือนละครั้งก็พอแล้ว (เหรอ ... มิน่าล่ะ)

...

ตอนนี้โด๊บยาที่หมอให้มาแล้ว (รู้สึกว่าหายป่วยไปแล้ว 50 %) (อ๊าย !)
พรุ่งนี้จะไปอีก ... ตลาดนัดจตุจักร !

อ้อ ... อากาศร้อนๆแบบนี้ อย่ากินน้ำเย็นจัดๆนะจ๊ะ

ปูเหลียวจะเปื่อยแบบอะฮั๊น

ป่วยแล้วไม่ดีเลยนะ ...

...

ตลาดนัดจตุจักร ...
มาม๊ะ ... มาเจอกัน... เจอกัน


...

Ticks notes

* อยากกินชาบูที่ Akiyoshi ช่วงนี้ร่างกายขาดโปรตีน ...
เราต้องการโปรตีนด่วนๆๆๆๆๆๆ ใครจะไปยกมือขึ้น
!

* ซื้อกล้องมาใหม่ (canon 350D) ยังใช้ได้ไม่สมราคาที่จ่ายไปเลย

(ตอนนี้กด Auto แหล่ก ... ระบบวัดสงวัดแสงอะไรไม่ได้ใช้เล๊ย)

* กินยาแล้วง่วงนอน ... ราตรีสวัสดิ์กันตรงนี้เลยนะก๊า




เหตุเกิดเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
อะฮั๊นลากสังขารป่วยๆง่อยๆ จามฟิดๆ ไอโขลกๆ
ไปเดินช๊อปปิ้งที่ตลาดนัดจตุจักรมาฮ่ะ

อีชั้นไปคนเดียวฮ่ะ หาได้มีพนักงานช่วยแบกของตามไปด้วยไม่
ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนค่ะ
ไปเดินซื้อของคนเดียว สำหรับอิฮั๊นแล้ว คิดว่าดีกว่าไปหลายๆคนนะ
เป็นที่ทราบกันดีว่า ตลาดนัดจตุจักรก็คือ ... เขาวงกตกลางกรุงดีๆนี่เอง

ไปกันหลายๆคน อาจเกิดการพลัดหลงสูญหายได้
หรือไม่ก็ ความต้องการในการไปดูของ ซื้อของของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน
ถ้าไปกันเป็นหมู่คณะ ยังไงก็ไม่คล่องตัวเท่ากับไปเดินซื้อของคนเดียว

คราวนี้ตั้งใจไปซื้อเสื้อผ้าสำหรับใส่ทำงานโดยเฉพาะ
เพราะไม่ได้ซื้อเสื้อผ้ามาหกเดือนแล้ว (นานมากๆเลยจ๊ะ)
กางเกงที่ใส่ไปทำงานเริ่มจะขาดๆวิ่นๆ
รองเท้าก็แหว่งจนนิ้วก้อยโผล่ออกมาจ๊ะเอ๋ชาวโลก (กรี๊ดดด)

วันนี้จึงตั้งใจมาเต็มพิกัด สำหรับปฏิบัติการช๊อปปิ้งท้าลมร้อน ... ร้อน ร้อน ร้อน ...
เดินตั้งแต่เที่ยง จน 5 โมงเย็น (เดินแบบไม่มีการเบรค ไม่ได้นั่งเลยอ่ะ ... โฮ่ะๆๆๆ)

อะฮั๊นก็ได้เสื้อมา 4 ตัว
กางเกง 4 ตัว
รองเท้า 1 คู่
เข็มขัดหนัง 2 เส้น
กำไล สร้อยคอ ของกระจุ๊กกระจิ๊ก

และ ... ชุดว่ายน้ำ อีก 1 ชุด
(เป็นโรคจิตฮ่ะ อะฮั้นชอบซื้อชุดว่ายน้ำ
ไม่ค่อยได้ไปว่ายน้ำ แต่ชอบซื้อชอบดู เป็นฟามสุขของอะฮั้น ... ฮู๊ ฮู่ )

แบกของกันไหล่เอียง ขาแทบลากฮ่ะ
นานๆมาเสียสตางค์ซื้อของทีนึงเนี่ย เหมือนผีสิงเข้าประทับร่างเลยนะยะ
ผู้หญิงช๊อปปิ้งนี่ ... น่ากลัวจริงๆ

...

ล่าสินค้า ข้าวของเครื่องใช้จนสาแก่ใจ
สมควรจะได้เวลากลับบ้านแล้วใช่ไหม ?

...

ไม่ค่ะไม่

ครูมะแต น้องสาวอิฮี๊น โทรมาชวนไปดูฟรีคอนเสิร์ตที่ลานหน้า Central Word


ปีนี้จัดเป็นครั้งที่ 2 (ปีที่แล้วไม่ได้ไปดู)
(เนื่องจากมิได้พกกล้อง จึงขออนุเคราะห์ภาพมาจาก www.melodyoflife.net )

สาบานได้เลยว่า อิฉันไม่ได้ตั้งใจจะไปดูเลยนะคะ
แต่น้องสาวมันอยากดูค่ะ ก็เลยคิดว่า ไปนั่งๆรอละกัน จะได้กลับบ้านพร้อมๆกัน

แต่พอไปถึง

โอ้ ... ดูรายชื่อศิลปินที่มาโชว์ในคอนเสิร์ตแล้ว

บอย ไตร ... งี๊
Slot machine ... งี๊
Groove Riders ... งี๊

ทำเอาอิฮั๊นถึงกับวางถุงช๊อปปิ้ง

แล้วก็ ...

...

เย๊วๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

โดด โดด...


ไอ่ที่เดินขาลากมา 5 ชั่วโมงเต็มที่สวนจตุจักร
อิฉันก็ลืมอาการปวดขาไปได้ชั่วขณะ (รวมทั้งลืมอายุด้วย)
ประหนึ่งว่าขาทั้ง 2 ข้างโดนฉีดยาชา

ทั้งกรี๊ด ทั้งตะโกนร้องเพลง แล้วก็กระโดด ... เย๊วๆๆๆๆๆ

...

จบคอนเสิร์ต
เหงื่อแตกซิกๆ
อย่างกะไปวิ่งรอบสวนลุมมาสัก 80 รอบ

ขึ้นรถกลับบ้าน ... ไม่น่าเชื่อ ... อาการป่วยๆง่อยๆ ... หายปลิดทิ้ง

รู้สึกสบายตัวมากๆ โล่งสบาย หายใจหายคอโล่งจมูก อาบน้ำแล้วก็หลับสบาย

โอกาสออกกำลังกายมีอยู่ทุกที่ทุกเวลาจริงๆ

...

ยัง ...

พลังเอ็มยังไม่หมด
วันอาทิตย์ อีชั้นกะครูมะแตก็ไปเย๊วๆๆๆกันอีกรอบค่ะ
เพราะเสด็จพ่อของเรา ... นั่นก็คือ Modern Dog
จะมาเล่นตอน 1 ทุ่ม (กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ)

พี่โป้ โยคี ก็มาฮ่ะ
Flure ก็มาฮ่ะ (กรี๊ดดดดด .. น้องคิว)(ร้องสด เสียงดีมากกกกกก)
แล้วก็ วงนี้ ...


Tahiti 80 อิมพอร์ตมาจากฝรั่งเศส
อิฉันไม่รู้จักมาก่อนหรอกหรอก ... แต่น้องมันชอบ

แต่เพลงเขาเจ๋งจริงๆอ่ะ ... ขนาดไม่เคยฟังมาก่อน ฟังครั้งแรกยังชอบเลย
เจ๋งค่ะเจ๋ง ... ขนาดจบโชว์ไปแล้ว คนดูยังตบมือร้อง อังกอร์ๆๆๆๆๆๆ
เดี๋ยวจะไปหาแผ่นมาฟังบ้างละ ... ชอบๆๆๆๆๆๆ

แต่ยังไงอะฮั๊นก็เทใจให้เสด็จพ่อ Modern Dog หมดใจแล้ว
Modern Dog เป็นวงดนตรีที่มหัศจรรย์มากๆ
สามารถทำให้คนเรียบร้อยเป็นผ้าพับไว้(แบบอีชั้น) ลุกขึ้นมาโดดตัวลอยได้

โอ๊ย ... มันส์ฮ่ะ

ได้ออกกำลังกายก่อนเข้านอนอีกแล้ว

เหนื่อยแต่ไม่เพลีย
ร่างกายหลั่งสารเอ็นดอฟีนสูบฉีดทั่วร่าง
ตื่นมาทำงานวันจันทร์ รู้สึกว่าจะร่าเริงเป็นพิเศษ (ปกติวันจันทร์จะหงอยๆ)

ปีหน้าเจอกันใหม่
จะรีบไปจองที่หน้าเวทีเลย


ติ๊กพลังเอ็มจึงเอวัง ... ขอจบลงด้วยประการนี้

...



ป.ล. พรุ่งนี้จะไป
Thai massage




ไม่ได้ตั้งใจจะไปงานมหกรรมหนังสือเลย
สาบานได้ ... หนูไม่ได้ตั้งใจ หนูไม่ได้ตั้งใจ !

แต่บังเอิญลูกค้างานฟรีแลนต์ของอีชั้นเค้านัดเจอที่นั่น
เพื่อบรีฟงานแล้วก็ส่งไฟล์งานที่อีชั้นจะต้องเอาไปดำเนินการต่อ
เป็นการบรีฟงานที่รวดเร็วปานจรวด เพราะพี่เค้าต้องรีบไปแจกลายเซ็นต์ !

รับไฟล์งานมาเสร็จ ก็แยกย้ายกันไป พี่เค้าก็ไปแจกลายเซ็นต์แฟนคลับต่อ
ส่วนอีชั้นน่ะเหรอ... ไหนๆก็มาที่นี่แล้วนี่ ... ก็เดินๆดูซะหน่อยละกัน

งานหนังสือสำหรับอีชั้น ถือว่าเป็นการเข้าไปในที่อโคจรอย่างแท้จริง
เพราะมาทีไร ตูหมดตัวทุกที ... พยายามจะซื้อทีละน้อยๆนะ
แต่มันก็อดไม่ได้ ... คิดว่าหลายคนก็คงจะเคยอยู่ในสภาวะเดียวกัน (ใช่ม๊าๆ)

คนเยอะจริงๆค่ะ
บางทีอยากไปดูเล่มโน้น แต่แหวกฝูงชนไม่ไหวจริงๆ (ย๊ากส์ ... โดนเหยียบเท้า!)

ไปดูหนังสือในบูธของแพรวสำนักพิมพ์
เดี๋ยวนี้ทำไมมีแต่หนังสือดารา(วะ) แล้วเนื้อหาก็ไม่ได้มีอะไรที่ช่วยจรรโลงสมองเลย
ไม่ก็ประมาณว่า หนังสือดาราแฉนู่นนั่นนี่ มีแต่ปกรูปดาราเต็มไปหมดเลย

ว๊า ... ไปบูธอื่นดีกว่า

...

ไปหยุดกึกที่สำนักพิมพ์เล็กๆ
(ที่ไม่ต้องมีเพลงเปิดดังๆแล้วก็ไม่ต้องมีทีมสต๊าฟมายืนตะโกนโหวกเหวกให้ปวดหัว)
สำนักพิมพ์ที่ว่าคือ สำนักพิมพ์วงกลมค่ะ

เหมือนเจออาหารถูกใจอ่ะ ... ถูกใจไม่พอ แถมยังถูกปากอีก
มีนักเขียนที่ถูกจริตเรา(อุ๊ย ... ใช้คำซ๊า)
รูปเล่มสวยงาม ออกแบบปกดีเกือบทุกเล่ม
ที่สำคัญ ราคาหนังสืออยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
ไม่แพงเว่อร์เกินไป (ทั้งที่ใช้วัสดุการพิมพ์ดีมากๆ
!)

วี๊ดว๊ายกระตู้วู้อยู่ในใจ เล่มนี้ก็ชอบ ... เล่มนั้นก็ชอบ มือก็หยิบๆๆๆๆๆๆๆ


จ่ายตังค์ไป 1,190 บาท

สรุปว่า ได้หนังสือมาต้มกินทั้งหมด9 เล่ม

นี่คือหนังสือที่เราไปสอยมา เอามารีวิวให้ชมกันค่ะ ... (เผื่อจะมีบางคนเคยอ่านบ้างแล้ว)

นักอยากเขียน ของพี่จุ้ย ศุ บุญเลี้ยง เราชอบพี่จุ้ย
เพราะพี่เค้ามองโลกแบบแปลกปกติดี (เอ๊ะยังไง)
จริงๆเป็นแฟนเพลงมานานแล้วล่ะ ... หนังสือพี่จุ้ยเราก็ชอบอ่านนะ


คาราโครัม ไฮเวย์
ของ กาญจนา หงษ์ทอง
มีโครงการ(ลับๆ)ในอนาคตว่า อยากจะไปเที่ยวปากีสถานค่ะ
มูลเหตุมาจากโบรชัวร์ที่ได้รับมาจากลูกค้างานฟรีแลนซ์นั่นเอง
แค่เห็นรูปก็ ... อ๊าก .... อยากไปปากี อยากไปปากี !



แก้ผ้าอาบน้ำ
ของ ม.ย.ร. มะลิ เป็นเรื่องขำๆ ซึ้งๆ จากโรงอาบน้ำญี่ปุ่นและตุรกี
เคยอ่านบทความตอนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้จากนิตยสาร Summer (เก่ามากแล้วล่ะ)
แล้วก็ชอบมากๆด้วย พอรู้ว่าเค้ามีเป็นหนังสือก็ออกตามหา (แต่ตามร้านไม่ยักมี)
พอมาเห็นในงานนี่ ก็คว้าหมับทันที ! (เป็นเวอร์ชั่นห่อปกใหม่ ... ปกซ๊วย สวย น่ารักดี)



คิดเอง ช้ำเอง เราอวดเก่งจะโทษใคร
เขียนโดยพี่เก้ง จิระ มะลิกุล
เป็นสามีของคนที่เขียน แก้ผ้าอาบน้ำ (เล่มข้างบน)
ไหนๆก็ไหนๆแล้ว อุดหนุนหนังสือของทั้งสองท่านเลย ประเดี๋ยวจะมีการน้อยใจ (อิอิ)


Hesheit การ์ตูนของตั้ม วิศุทธิ์
ทีแรกหยิบเล่มฟ้ามาก่อน (คิดว่ามีสีเดียว)
แต่พี่นวล เจ้าของสำนักพิมพ์บอกว่า มีอีกเล่มนะคะ (เล่มสีแดง)
พี่เค้าคิดเล่มสีแดงเราแค่ 90 บาท
ก็เลยซื้อ 2 เล่มเลย (ขอบคุณสำหรับการลดราคานะคะพี่นวล ... น่ารักจัง)

เรื่องตบตา ของ ลุงคุ่น ปราบดา หยุ่น (เรียกลุง เค้าจะโกรธตูไหมเนี่ย...)
จริงๆเป็นของสำนักหนังสือไต้ฝุ่น(typhoon books) แต่คาดว่าคงมาฝากแจมที่บูธนี้
เราไม่ชอบเรื่องสั้นของลุงคุ่น(เพราะตูอ่านไม่รู้เรื่องหง่ะ พยายามอ่านแต่ก็ไม่สามารถ)
แต่เราชอบงานของลุงคุ่นบางเล่ม โดยเฉพาะงานเขียนที่เขียนเรื่องทั่วๆไปของสังคม
เราคิดว่า ความคิดบางอย่างของลุงคุ่นกะคนอ่านแบบอิฉันคล้ายๆกัน
ชอบเล่มที่เขียนคู่กับ วินทร์ เลียววารินทร์ ... ความน่าจะเป็นบนเส้นขนาน เล่มนั้นเราชอบนะ
แต่เรื่องสั้นเนี่ย ... ขอใช้เวลาสักพัก ... แต่ต่อไปอาจจะอ่านแล้วเข้าใจก็ได้

ใต้หมวกหิมะ ของพี่กาเหว่า เพลงดาบแม่น้ำร้อยสาย
(ไม่ได้ถ่ายรูป เพราะโดนแฮ๊บโดยนังน้องตัวแสบเมื่อเช้านี้เอง ... เฮ๊ย ... นิสัยอ่ะ)
(เอารูปจากเว็บมาแปะแทนละกันนะ)

เล่มสุดท้าย ...

ดิฉัน สวย รวย งก เขียนโดย โอ๋ สิรินทร์
เป็นหนังสือว่าด้วยการใช้ชีวิตในโลกแห่งวัตถุนิยมอย่างฉลาด
อ่านแล้วเกิดแรงบันดาลใจในการเก็บสตางค์
การบริหารการใช้เงินส่วนตัว อิฉันเป็นคนไม่มีบัตรเครดิตอะไรกะเขาเลยค่ะ
ชีวิตนี้ใช้เงินสดที่มีในกระเป๋า ใช้เท่าที่มี ... อยู่แบบจนๆ แต่ว่าก็มีความสุขนะ
ชอบประโยคหนึ่งในหนังสือ เค้าบอกว่า เงินที่หาได้ จะเท่าไหร่ก็ตาม
ไม่มีความหมายอะไรหรอก หากเราไม่รู้จักเก็บ

เออ ... จริงด้วย

อะแฮ่ม ... พี่นวลชมย่ามเราว่า สวยจัง ....
ขอบคุณค่ะพี่ ... ย่ามสวยๆของหนู เอามาแลกกับหนังสือของพี่ได้ไหมคะ (อิ อิ)

วี๊ดฮิ๊ว ...

มีหนังสือเอาไว้อ่านช่วงหยุดสงกรานต์แล้ว

ดี๊ด๊า ดี๊ด๊า ...

· เมื่อวานไปกินชาบูสมใจอยาก ... ตอนนี้ก็ยังอยากกินอีกเลยอ่ะ คิดแล้วน้ำยายไหย๋
· ถึงชาว updiary ... เข้าไดอะรี่ของแต่ละคนไม่ได้เลย มันขึ้น fortal error
· ดูหนังเรื่องแฝดมาแล้ว สนุกดี ไปดูกันเถอะนะจ๊ะ ...




หายไปนอนอืดที่บ้านต่างจังหวัดหลายวันเลยทีเดียวเชียว
ทำตัวสวนกระแสเทศกาลสงกรานต์ด้วยการนอนอยู่บ้านเฉยๆ
เปิดทีวีดูเค้าเล่นสงกรานต์ก็สนุกแล้วหล่ะฮ่ะ

สงกรานต์นี้ไม่ได้ไปไหนเลยค่ะ
อย่างมากก็ไปวัด ทำบุญนิดหน่อย แล้วก็ไปไหว้กระดูกปู่ย่าตายาย
กินข้าวด้วยกันกับญาติพี่น้อง
นอนดูวีซีดีปังคุงกะแม่ ... แล้วก็หลับ ... หลับคาทีวี

ไหนๆจะมาแบบเปล่าๆก็กระไร
เลยถ่ายรูปมาแปะบล็อกเล็กๆน้อยๆ (ให้พอมีกลิ่นสงกรานต์กะเขาบ้าง)

รูปนี้เป็นรูปคืนวันที่ 12 เมษา

ขับรถกลับบ้านนอก กะน้องชายสองคน



ที่เลือกเดินทางกลางคืน ก็เพราะถนนมัน --- โล่ง --- แบบนี้แหล่ะก๊า


ส่วนที่เหลือ เป็นบรรยากาศขากลับเข้ากรุงเทพฯ


เราก็ดื่มด่ำกับบรรยากาศสงกรานต์กันบนรถ
รถติดยาวเชียว สองพี่น้องเราก็ควักเอาเมี่ยงคำขึ้นมาห่อกินกันบนรถ


หมุบหมับๆ ... แกล้มด้วยแป้งและน้ำที่สาดโครมๆมาบนรถ


ดูชาวบ้านชาวช่องเขาเล่นกันสนุก เราก็พลอยสนุกไปด้วย



ยังไงเราก็ชอบนั่งดูเขาเล่นกันมากกว่าลงไปเปียกเองนะ

แห่ะ แห่ะ ...
แบบว่า ... ใจไม่กล้าพอ ...
แบบว่า ... กลัวเปียกหน่ะ
แบบว่า ... เป็นโรคกลัวน้ำชนิดรุนแรง ^^"


* คาดว่าคงจะสนุกกับการเล่นสงกรานต์แบบแห้งๆอย่างนี้อีกในปีต่อๆไป

ว๊าก ... ฝนตกแล้ว

ฤดูร้อนสำหรับปีนี้สิ้นสุดแล้วชิมิ .. ชิมิ ?

ไชโย ... ฮิ๊ววววว (ตะโกนดังๆ)

ปล่อยบล็อกร้างมาเกือบครึ่งเดือน
เพราะมัวแต่ไปทำมาหากิน

บวกกับอากาศร้อน
ทำให้ไม่มีอารมณ์จะมาเขียนมาเล่าอะไรเลยจ๊ะ

ช่วงนี้ฝนตกเกือบทุกวัน (และทั้งวัน)
อากาศดีๆก็เลยพลอยทำให้อยากเขียนนู่นอยากเล่านี่

มีตั้งหลายเรื่อง
เอามาฝอยใน Entry นี้ซะเลย
(ช่วงนี้อิฉันก็ไม่ค่อยได้เข้าไปอ่านบล็อก+ไดอะรี่ของใครเลย แบบว่ามันยุ่งขิงจริงๆเจ้าค่ะ)

+ วันหยุดที่ไม่ต้องไปทำงาน และฝนก็ตกทั้งวัน +

มันคือสวรรค์น้อยๆของมนุษย์ออฟฟิศแบบเรา
แบบว่าตื่นมาพร้อมกับเสียงฝนตก แล้วก็ ... ไม่ต้องตื่นไปทำงาน ... เย๊


(รูปนี้ถ่ายมาจากหน้าต่างห้องทำงาน เวลาเห็นฝนตก ก็จะมานั่งเกาะกระจกแบบนี้)
(ชอบฤดูฝน ... ชอบตากฝน แฉะๆ เปียกๆ ซ่กๆ น่ะ อิฉันล่ะช๊อบชอบ)
Raindrops keep falling on my head
ฝนเอ๋ย ... โปรดจงหล่นลงมาใส่หัวตูทีเถิ๊ด ....





+แมวนอนดิ้น +

ตัดฉากมาที่วันหยุดแรงงาน
ฝนตกทั้งวัน ...


บรรดาเหล่าแมวที่บ้านก็พากันนอนหลับสลบไสลไม่ได้สติสมประดี
ตอนนี้ส้มเช้งมีเพื่อนใหม่แล้ว ชื่อน้องหนูดาวพระศุกร์

อ้อ ... เพิ่งเปลี่ยนชื่อให้ส้มเช้งกะดาวพระศุกร์ใหม่ (เป็นการชั่วคราว)
ชื่อใหม่คือแพ-แร๊-ดอน กับ แน๊ท-ทา-ลี

เอาไว้เรียกกันขำๆหน่ะคร่า


แพ-แร๊-ดอน (nick name =ส้มเช้ง) เป็นแมวเพศผู้ แต่นิสัยแต๋ว
เป็นแมวแต๋วที่ขี้หงุดหงิดขี้รำคาญ
คาดว่าคงเป็น effect จากการตัดไข่ ทำหมันเมื่อปีก่อน


เวลาแน๊ท-ทา-ลี ชอบมาแกล้งตะปบหาง


แพ-แร๊-ดอนก็จะออกอาการหงุดหงิดหัวเสียแบบนี้

ทว่าเวลานอน ...

แพ-แร๊-ดอนก็มักจะนอนดิ้นซะด้วยสิ

แน๊ท-ทา-ลี นอนอยู่ดีๆนะ

คุณพี่แพ-แร๊-ดอน ก็เอาศีรษะมาซุกอุ้งตรีนของแน๊ท-ทา-ลี เองตะหาก
หูย ... ผู้ชายอะไร นอนดิ๊น ดิ้น



+
โอท็อปพม่า +

น้องในออฟฟิศไปเที่ยว จ.ระนองมา
น้องเค้าซื้อนี่มาฝาก

มองกระปุกก็ยังงงๆ
เอ๊ะ ... นี่มันกระป๋องอะไรหว่า (ปลาเค็มก็ไม่ใช่ ... )


มันคือ ยาดมพม่าค่ะ คุณปู้ชมที่เคารพ

เอ้า ..งง

นึกว่าขาแมลงสาบตากแห้งซะอีก


เห็นตอนนี้เค้าฮิตยาดมเอี๊ยะแซกันนะคะ
แต่อันนี้คิดว่าคงคล้ายๆกัน
จะหอมกว่าเอี๊ยะแซหรือเปล่าไม่แน่ใจ (เพราะไม่เคยดม)

แต่ที่แน่ๆ ยาดมพม่าสูตรธรรมช๊าด ธรรมชาติกระป๋องนี้
ของเค้าดีจริงๆค่ะ
กลิ่นจะหอมแบบเย็นๆ กระแทกจมูกแบบเย็นเจี๊ยบๆ
เหมือนเอาน้ำแข็งผสมการะบูนมาทิ่มจมูกยังไงยังงั้น

ถ้าได้ดมตอนกำลังจะเป็นลม รับรองว่าฟื้นคืนชีพแน่ๆ
ราคากระปุกละ 12 บาท
(ที่ตลาดนัดจตุจักรก็มีนะ แต่ราคาจะแพงกว่าประมาณ 3 เท่า)

ตอนนี้ก็เลยดมกันทั้งออฟฟิศ
เวลานั่งประชุม ควักขึ้นมาดมๆ ก็จะโดนทักว่า

เฮ๊ย ... ทำอะไรน่ะ

แทนคำตอบ คือ การส่งกระป๋องปริศนาให้เอาไปพิสูจน์กันเอาเอง
แล้วก็ส่งให้ดมต่อๆกันไป (เหมือนจดหมายลูกโซ่)
เป็นกิจกรรมที่น่ารักน่าเอ็นดูในระหว่างการประชุม

ฮี่ ฮี่

เอ้า เอ้า ..
ดม ดม กันเข้าไป
(ไม่รู้ว่าดมมากๆจะตายหรือเปล่า ... ใครมีผลวิจัย รบกวนช่วยตักเตือนอิฉันด้วย)

มาอัพแค่นี้ก่อนล่ะ
ขอทูลลาไปทำงานต่อ
วันนี้ work@home ค่ะ

สุขสันต์วันฝนตกเน้อ ...

^^


น้องสาวซื้อแม็กกาซีน(ฉบับย้อนหลังในราคาSale) มาสองเล่ม
ฉบับแรกเป็นแพรวใหญ่
ที่มาพร้อมกับชุดว่ายน้ำบิกินี่ของสาวสวยระดับแกแล็กซี่



นาตาลีเป็นผู้หญิงที่รูปร่างเพอร์เฟ็คมาก
พระเจ้าอะไรหนอ ช่างปั้นอ่ะหน๊ออออ ซ๊วย ... สวย
สวยไม่เกรงใจกันบ้างเลย - -"
(แต่ทาปากแดงน่ากลัวไปหน่อยนะ...ขอตินิดนึง)
(บังเอิญเราไม่ชอบลิปสติกสีแดงเดือดแบบนี้)

แต๊ะ - หว่า
อะฮั๊นชอบบิกินี่แนวน่ารักๆแบบนี้มากกว่า


น้องโดนัทจากแพรวเล็ก
น่ารักดีอ่ะเน้อ เน้อ เน้อ... เมื่อก่อนอิฉันรู้สึกเฉยๆกะน้องโดนัทนะ
แต่ตอนที่น้องเค้าเล่นละคร(อะไรซักเรื่อง จำไม่ได้แล้ว)
น้องโดนัทตัดผมสั้น รู้สึกชอบขึ้นมาทันที
น้องโดนัทใส่บิกินี่แบบนี้ก็น่ารักดีเหมือนกัน (เซ็กซี่แบบน่ารัก)
ทำเอาคนคลั่งบิกินี่(แบบอิฉัน) (อยากหยิบบิกินี่มาใส่เล่นน้ำฝน) (หล่อน ..คิดได้ไง)
ฝนตก อากาศเปลี่ยน ก็บ้าไปเรื่อยอ่ะคนเรา

ชอบแบบไหนกันเอ่ย ?

แบบเซ็กซี่ปากแดงๆ หรือเซ็กซี่แบบใสๆ

ฮู่ ฮู่ ...

ป.ล. ถ้าใส่บิกินี่เล่นน้ำฝน จะโดนฟ้าผ่าไหมก๊า ...


สืบเนื่องจากคอมเม้นท์เอ็นทรี่ที่แล้ว
ยายนุ่น (เพื่อนจาก updiary)
เม้นท์มาแซวให้อัพบล็อกบ่อยๆหน่อย

แหม่ ... ไอ่เราก็อยากอัพบ่อยๆนะยะ แต่ตอนนี้ทำได้แค่อาทิตย์ละครั้ง
เพราะงานเยอะมาก รับงานฟรีแลนซ์มาทำด้วย (กำลังอยู่ในช่วงงกเงิน)
อยากทำนู่นนั่นนี่เต็มไปหมด เอาเป็นว่าอัพอาทิตย์ละครั้งนี่ก็หรูแล้ว

เอ็นทรี่นี้เลยยาวหน่อยนะจ๊ะเพื่อนๆจ๋า
ปนกันมั่วไปหมด อิฉันก็เขียนอะไรไปเรื่อยเปื่อยล่ะ

เริ่มกันที่ เรื่องที่อยากบอกต่อ
ถ้ามีโอกาสก็ไปชมกันเถิด

ไปดูมาแล้ว ฟ้าจรดทราย เดอะะมิวสิคัล
รอบที่เราไปดู เป็นรอบแรกที่เปิดให้คนเข้าไปดู(ฟรี)
แอบปลื้มนิดๆที่เป็นคนดูกลุ่มแรกที่ได้ดูแบบเต็มๆ (อุ๊ย...ดีใจนะเนี่ย)


เค้าเปิดแสดงกันที่โรงละครเมืองไทยรัชดาลัยเธียเตอร์ ศูนย์การค้าเอสพลานาด
(เดินทางสะดวกมากๆ โผล่มาจากใต้ดิน เดินอีก 3 ก้าวก็ถึงแล้ว)

วันที่ไปดู โรงละครยังไม่เรียบร้อยดี
เห็นเค้ายังปูพรมกันไม่เสร็จ กลิ่นสียังสดๆอยู่เลย
แต่ทางเข้าโรงละครหรูเริ่ดอลังการดีค่ะ (ชอบแชนเดอร์เลียร์)

เราได้บัตรฟรี อภินันทนาการมาจากน้องชาย
เนื่องจากรอบที่อิฉันไปดู เป็นรอบบัตรฟรีสำหรับบรรดาญาติโยมนักแสดง
น้องชายเราเป็นนักดนตรีที่ร่วมบรรเลงเพลงประกอบโชว์ในครั้งนี้
เค้าเลยแจกบัตรฟรีมาให้บรรดาญาติๆได้ดูกัน
ได้โควต้ามา 2 ใบค่ะ เลยไปดูกับน้องสาว 2 คน

ก่อนเข้าไปดูก็ตื่นเต้น ตื่นเต้น (วันนั้นคนเยอะเหมือนกัน)
อิฉันได้บัตรชั้น 2 ค่ะ แถว A ด้านหน้าเลย

แต่พอจบองก์แรก เราก็ย้ายตูดไปนั่งชั้น 1
ซึ่งได้อรรถรสในการชมกว่าชั้น 2 มากๆๆๆๆๆ

นั่งชั้น 1 จะได้อารมณ์ร่วมจากการบรรยากาศของฉาก
ดื่มด่ำกับแสง สี เสียง เหมือนนั่งอยู่ในท้องทะเลทรายและท้องพระโรงจริงๆ

ถ้าใครจะไปดู แนะนำให้ซื้อตั๋วชั้น 1
จ่ายแพงหน่อย แต่รับรองว่าคุ้มค่ามากๆ

นั่งขนลุกกันตั้งแต่เปิดฉาก ยันจบเรื่อง
จะอธิบายยังไงดีหว่า ... เพราะว่ามันเป็นโชว์ที่น่าประทับใจจริงๆ
โดยเฉพาะมอสกับนัทมีเรีย (ขอกรี๊ดดังๆ) ไม่น่าเชื่อว่ามอสจะทำได้ขนาดนี้ อึ้งไปเลย
น้องญาญ่าหญิงก็เก่งมาก เล่นเป็นตัวร้ายได้น่ากลัวจริงๆ

ถ้าเทียบกับทวิภพ ก็คนละอารมณ์กันเลย
ทวิภพเพลงเพราะ ดูไปก็นั่งอมยิ้มไป
แต่ฟ้าจรดทรายจะออกแนวดราม่า ต่อสู้ชีวิต ครบรส
(มีเลิฟซีนด้วยนะ ... ซีนนี้พลาดไม่ได้)

ฉากสวย เพลงเพราะ โปรดักชั่นดี
ถ้าเสียเงินไปดู ไม่เสียดายเงินแน่ๆจ๊ะ (แต่ราคาบัตรก็แพงพอสมควร)
ถ้ามีเวลาก็ไปดูกันเถอะ สนับสนุนคนทำงานค่ะ
เพราะคนทีมีฝีมือจะได้มีอาชีพ มีสถานที่ทำงานกันเป็นที่เป็นทาง
(น้องชายอิฉันมันจะได้มีที่ทำมาหากิน...อันนี้สำคัญ)
บ้านเราจะได้มีสถานบันเทิงที่สร้างสรรค์ เย๊ ..ประเทศไทยมีบรอดเวย์แล้ว ไชโย...

...

ขออวดรองเท้าที่เพิ่งซื้อมาซะหน่อยนะจ๊ะเพื่อนๆจ๋า
เพิ่งไปสอยมาจากแผงรองเท้าหน้าออฟฟิศเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา


เป็นรองเท้า Second hands แต่สภาพใหม่เอี่ยมอ่อง (ไม่เน่าจ๊ะ)
ราคา 120 บาทขาดตัว ไม่ได้ซื้อรองเท้าผ้าใบนานแล้ว
ราคานี้ตรงคอนเซ็ป (ถูกๆไว้ก่อน) สีสันก็สะแด่วแห้ว Naew มั่กๆ
120 นี่ก็โอเคนะ เอาไว้ใส่ลุยฝนเล่นๆ ถ้าพังก็ไม่ต้องเสียดายอะไรมาก
ที่สำคัญ ใส่สบายเท้า ข้างในนุ่มๆนิ่มๆดี
รองเท้าราคาจะถูกจะแพงก็ไม่สำคัญเท่ากับใส่สบาย ไม่กัด เดินเหินสะดวก

จริงไหม ... จริงไหม ?

ขาตั้งกล้องแปลงร่าง
อาทิตย์ก่อนนั่งเคลียร์ข้าวของในบ้าน เนื่องจากบ้านรกมาก
กำลังจะทิ้งเจ้านี่ลงถังขยะเลยนะ


มันคือขาตั้งกล้องคุณภาพต่ำ ที่แถมมาตอนซื้อกล้องวีดีโอ
ซึ่งมันก็สมกับเป็นของแถมจริงๆ เพราะลองเอามาใช้งานได้ครั้งเดียว (ครั้งเดียวจริงๆ)
หัวมันก็หักคามือเลย (ขนาดบิดหัวเบาๆนะเนี่ย ... พุทโธ่)

ขาตั้งกล้องคุณภาพไม่ดี อย่าได้เอามาใช้เชียวนะ

เพราะมันไม่คุ้มกับการที่เราต้องมาเสี่ยงกับอุบัติเหตุ
กำลังจะโยนทิ้งอยู่แล้วเชียว
แต่ก็เสียดายอ่ะนะ ... มันน่าจะเอามาทำอะไรได้บ้าง
(อาทิเช่น ... เอามาทำเป็นราวตากผ้าเป็นต้น)
แต่หลังจากเอามาจับๆบิดๆ

ก็โป๊ะเช๊ะ ...

คือว่าอิฉันมีโครงการจะไปเรียนวาดรูปสีน้ำค่ะ
โครงการนี้มีมานานแล้ว แต่ไม่ไปซะที เพราะไม่มีเวลาเลย
แหม ... บอกไป ประเดี๋ยวจะมีคนมาค่อนขอดว่า หนอย...กระแดะไปเรียนวาดรูป
แต่อิฉันอยากเรียนจริงๆอ่ะ เพราะตอนนี้วาดรูประบายสีแบบมวยวัดมาก
สะเปะสะปะ ... ฉะนั้นแล้ว ไปหาที่เรียนเป็นเรื่องเป็นราวดีกว่า
เพราะเราเป็นคนไม่มีพื้นฐานเรื่องสีหรือเรื่องอะไรเกี่ยวกับศิลปะเลย


ดังนั้น ขาตั้งกล้อง จึงแปลงร่างกลายมาเป็นขาตั้งเฟรมวาดรูป
ด้วยประการฉะนี้ ...

สรุปว่า ของบางอย่างก็ยังมีประโยชน์อยู่นะ
เกือบทิ้งซะแล้วไหมล่ะ
นี่ถ้าคิดช้ากว่านี้ ไปอยู่ในกองขยะแล้วนะเนี่ยตัวเอง

วันนี้นังตริ๊กอัพบล็อกยาวเชียว (ตาลายกันไปเลย ... อิอิ)
แต่ว่าก็ขอบคุณเพื่อนๆที่แวะเข้ามาอ่าน
ทั้งเพื่อนใหม่เพื่อนเก่า
คนเล่าก็ดีใจ เวลามีคนมาอ่านบล็อกเรา
มีสาระมั่ง ไร้สาระมั่งก็ว่ากันไป
แต่สงสัยจะมีแต่เรื่องไร้สาระอ่ะ ... แห่ะ แห่ะ
เป็นคนไม่ค่อยมีเรื่องมี่ราวอะไรเท่าไหร่

วันๆก็ทำงาน เลี้ยงแมว เที่ยวๆเล่นๆ ... ชีวิตก็มีแค่เนี๊ยะ
ขอทูลลาไปทำงานก่อน
ก่อนที่จะขี้เกียจมากไปกว่านี้



กลับบ้านต่างจังหวัดหนนี้ นอกจาก นอน นอน นอน และ กิน กิน กิน
กิจกรรมที่นอกเหนือจาก 2 อย่างข้างบนนั่น ก็คือ เดินถือกล้องถ่ายรูปส่องมันไปทั่วบ้าน
ใจจริงอยากกจะปั่นจักรยานออกไปถ่ายรูปทุ่งข้าวเขียวๆ แต่ว่าแดดร้อนเกิ๊น ... ไม่เอาเดี๋ยวดำ

เห็นแม่ทำอะไรก็ไม่รู้ เดินเข้าไปดูใกล้ๆ
แม่กำลังเมามันกับการถักโครเชต์นั่นเอง

จริงๆแล้วกิจกรรมการถักโครเชต์ เป็นกิจกรรมที่เห็นแม่ทำบ่อย สมัยเรายังเด็กๆ
คือแม่จะถักเยอะมากๆ โต๊ะตู้ตั่งเตียงในบ้านก็จะมีโครเชต์ของแม่ไปประดับ(เป็นเซ็ต)
แต่หลังๆช่วงลูกเรียนมหาวิทยาลัย