tick-books


พักกลางวันแวะลงไปซื้อกาแฟ
ผ่านร้านหนังสือเจ้าประจำที่เราชอบเดินป้วนเปี้ยน(แอบ)ไปอ่านหนังสือ(ฟรี)
ก็ไปจ๊ะเอ๋กับหนังสือเล่มใหม่ของพี่กาเหว่า เพลงดาบแม่น้ำร้อยสาย

ไม่ใช่หัวใจเต้นแรงเพราะฤทธิ์กาแฟเย็น
แต่ใจเต้น (และเนื้อเต้น) เพราะดีใจที่เจอของที่ชอบ ... ที่ชอบ



สำหรับคนที่ชื่นชอบการเขียนโปสต์การ์ด
ชอบสะสมโปสต์การ์ด
ชอบส่งโปสต์การ์ด (ทั้งแบบส่งถึงตัวเอง และส่งถึงคนโน้นคนนี้)
และโดยเฉพาะโปสต์การ์ดแบบ
ทำมือ

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ (หลายปีแล้วล่ะ)
พี่กาเหว่าคลอดหนังสือ หัวใจติดแสตมป์
เนื้อหาภายในเล่มอัดแน่นไปด้วยโปสต์การ์ดทั้งที่ส่งถึงตัวเอง
และส่งถึงบุคคลอันเป็นที่รัก ไม่เว้นกระทั่งแสตมป์สวยๆที่บรรจงพิถีพิถัน
ผ่านการเลือกเฟ้นมาแล้วอย่างดี ก่อนประทับลงบนโปสการ์ด
รูปเล่มหนังสือและกระดาษก็สวยงามพิถีพิถัน

ผ่านมาเกือบสิบปี
ก็มาถึง เซียนโปสต์การ์ด (แต่เราแอบชอบชื่อ หัวใจติดแสตมป์ มากกว่าแฮะ)
คำว่า เซียนโปสต์การ์ด ฟังดูเหมือน เซียนพระ เซียนลูกหนัง อะไรประมาณนั้น (แฮ่ะๆ)

เอาเป็นว่า เล่มนี้ไม่แอบอ่านฟรีแล้วค่ะ
อุดหนุนเลยนะเจ้าคะ

เขียนเพิ่มเติม
* เมื่อคืนอ่านจบแล้ว  อ่านไปก็หัวเราะลั่นบ้านอยู่คนเดียว
สรุปว่า พี่กาเหว่าเป็นเซียนโปสต์การ์ด+นักเลงโปสต์การ์ดตัวจริง

เป็นหนังสือที่สนุกอ่านและดูเพลินมากๆ

หนึ่งในงานที่เราอยากทำมาก
และบังเอิญมีโอกาสได้ลองทำ

งานออกแบบปกหนังสือ



เล่มนี้เป็นผลงานเซิ๊บๆ ลองทำดู 
ดูเรียบๆ บ้านๆไม่ค่อยมืออาชีพเท่าไหร่
เป็นปกตำราคานะที่จะวางจำหน่ายในโรงเรียน

จะว่าไปแล้ว เราก็ไม่ได้ออกแบบเต็มรูปแบบ
เพราะภาพประกอบที่ใช้เป็น
Free Vector หน่ะนะ
แต่ก็ถือว่าเป็นผลงานชิ้นแรก และวางขายจริง ใช้งานกันจริงๆ

งานแบบนี้สนุกตอนที่พิมพ์ออกมาเป็นรูปเล่ม แล้วเราก็มานั่งชื่นชมลูบๆคลำๆ
ต้องขอบคุณโรงพิมพ์ที่พิมพ์ได้เนี๊ยบ และแถมอักษรนูนเคลือบมันให้ด้วย

ทำแล้วก็ติดใจ อยากลองทำอีก

งานปกตำราครั้งหน้าจะลองออกแบบในแบบของตัวเองดูบ้าง
คราวนี้จะได้ใช้การ์ตูนที่วาดเก็บๆไว้เอามาใช้งานจริงละ






คุณติ๊กคะ

มาส่งรายงานค่ะ

หนังสือเล่มใหม่
season note หมายเหตุฤดู เสร็จแล้วค่ะ อุ่นๆจากโรงพิมพ์

"
เรื่องราวความรู้สึก ความประทับใจ ความทรงจำที่มีต่อฤดูกาลในญี่ปุ่น"
 

เชิญชวนแวะอ่านหมายเหตุเบื้องหลังได้ที่
http://curiouspig.net

แล้วหากพึงใจ ก็ติดต่อรับกลับบ้านโดยตรงได้ที่
http://www.booktailor.net ค่ะ

หมู




อีเมลล์น่ารักๆ ระหว่างคนผลิตหนังสือ

กับ คนอ่าน ที่ติดตามผลงานมาแบบเงียบๆ

ผลงานดีๆ ที่คนทำละเลียดทำ และ คนอ่าน ก็พร้อมรอท่า ที่จะละเลียดอ่าน

จะได้อ่านหนังสือสนุกๆ &
ภาพประกอบน่ารักๆอีกแว๊ว

เย่ ...
 


 




หนังสือเล่มนี้อยู่ที่บ้านมานาน น๊าน นาน
ตอนเป็นเด็กๆก็ไม่ค่อยจะสนใจเท่าไหร่
ลองอ่านดูก็ไม่เห็นจะอิน สงสัยเพราะว่ายังเด็กเล็กนัก
เลยไม่เข้าใจว่า เรื่องชีวิตของคนเรา โดยเฉพาะความรักเนี่ย
มันซับซ้อนอ่อนไหว
เป็นเด็กเป็นเล็ก  อ่านแล้วไม่เข้าใจหรอกนะจ๊ะน้องหนู  

เมื่อวันก่อน เราไปดูละครเวทีเรื่อง ข้างหลังภาพ มาล่ะ
ต้องขอขอบคุณน้องชายที่บริจาคบัตรมาให้ 2 ใบ  

เราไปดูกับคุณพี่ลอร์ด ซึ่งเป็นมิตรรักชาวแบกเป้ท่องโลกา
คุณพี่ลอร์ดนี่ เราไปเจอกันบนราตรีบัส โดยสารจากเมืองมัณฑะเลย์ไปตองยี

หลังจากที่ไม่ได้เจอกันมาเกือบๆ
2 ปี 
คุณพี่ลอร์ด ก็เลยได้มานั่งชมละครกับข้าพเจ้าสองต่อสอง จู้ฮุกกรูววว์...

ก็สนุกดีนะ เพลงไพเราะ  คุณน้องแพท เสียงดีมากๆ
ร้องเพลงอะไรก็เพราะ ทำเอาเราอินไปเลย
แต่ที่ผิดคาดคือคุณน้องบี้เดอะสตาร์ ทำไมเดี๋ยวนี้เก่งจัง
(
แต่บางทีก็พูดเร็วไปหน่อยนะ ป้าฟังไม่รู้เรื่อง)
ไม่แปลกใจเลยที่ คุณน้องบี้ดังขึ้นทุกวัน มีคนรักเต็มบ้านเต็มเมือง

ไม่อยากสปอยล์  แต่ดูละครของคุณพี่บอยทีไรมี Surprise ทุกที
ฉากน้ำตกที่มิตาเกะ คุณพี่บอยเค้าลงทุนเอาน้ำจริงๆมาเทลงบนเวทีเลย
เรายังไม่เคยเห็นละครเวทีที่ไหนเค้าเล่นแรงกันขนาดนี้เลยนะ !
เป็นที่ฮือฮากับหลายฉากใครที่ชอบอะไรที่ญี่ปุ๊น ญี่ปุ่น ก็น่าจะชอบแหล่ะ (รวมทั้งเราด้วย) 

ขากลับน้องชายไปส่งที่บ้าน ก็นั่งถกกันเกี่ยวกับละครเวที
เรามีความเห็น ตอนที่นพพรถามคุณหญิงกีรติว่า "คุณหญิงรักผมไหม"

เราคิดว่า ถ้าคุณหญิงกีรติกล้าๆหน่อย  ตอบว่า "ชั้นก็รักเธอเช่นกันจ๊ะนพพร"
ป่านนี้คุณหญิงคงมีความสุขไปแล้ว

คุณหญิงก็ไม่น่าจะทำให้มันซับซ้อนเลย  รักก็บอกว่ารักไปสิคะ
คุณหญิงกีรติมาบอกความในใจกับนพพร  
ก็ตอนที่ทุกอย่างมันสายเกินไปซะแล้ว
(แต่...ก็ยังดีที่ได้รักอ่ะนะ)

แต่น้องชายแย้งว่า ... แหม  ผู้หญิงสมัยก่อน เค้าไม่เหมือนผู้หญิงสมัยนี้
โดยเฉพาะ ปัจจัยเกี่ยวกับสถานภาพ ฐานะ หรืออายุ
สุภาพสตรีในสมัยอดีต (โดยเฉพาะคนที่อยู่ในสังคมชั้นสูง)
จะทำอะไร ก็ต้องอยู่ในกรอบจารีตธรรมเนียมของสังคมที่บอกๆต่อกันว่าแบบนี้ๆคือสิ่งที่ถูกต้อง
 

แหม  แต่เกิดมาทั้งทีนะ  อยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ
อยากบอกรักใคร หรืออยากรักใครก็รักไปเถิ๊ดดดด

แต่เรื่องของความรัก (ในแง่ของหนุ่ม-สาว) มันก็ซับซ้อนจริงๆแหล่ะ
จะเอาบรรทัดฐานหรือมาตรฐานของใครมาวัดมาเทียบก็คงไม่ได้




ลองสั่งหนังสือทางอินเทอร์เน็ตดู
เพราะหนังสือบางเล่มที่เราอยากได้
บางทีก็หายากเหมือนกัน
ส่วนใหญ่จะมีขายที่
Kinokuniya
แต่บ้านเราอยู่นอกเมืองอ่ะนะ (นอกเมืองนะ บ่ใช่เมืองนอก)
จะไป
Kino ก็ไม่ค่อยจะสะดวกเท่าไหร่ (ขี้เกียจอ่ะจ๊า)

วิธีการสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากนักเขียน
แบบนี้ก็สนุกสนานดี
ได้อีเมลล์คุยกันเล็กๆน้อยๆระหว่างคนเขียน กับ คนอ่าน

ที่เจ๋งมากคือ  หนังสือที่ได้รับ ... ใหม่เอี่ยมอ่อง
และ ... แถมลายเซ็นต์ด้วย

ชอบจังเลยเวลาที่มีพัสดุส่งมาถึงเรา (ชอบการรอคอยด้วย)
ถึงจะรู้ว่าข้างในเป็นอะไร แต่ก็ตื่นเต้นดีหน่ะ



คุณอัญชลีห่อหนังสือด้วยกระดาษสีสดใส ส่งมาให้อย่างดี
ทำให้นึกถึงร้านหนังสือเดินทางที่ป้อมพระสุเมรเลย
ร้่านนั้น เวลาซื้อหนังสือ พี่เค้าจะห่อกระดาษสวยๆอย่างพิถีพิถันแบบนี้แหล่ะ


แกะหนังสือออกมาจากห่อ เปิดไปก็น้ำลายหกไป
อยากอ่านมากๆ
แต่สัปดาห์นี้ มีไฟท์บังคับที่ต้องอ่านหนังสือสอบภาษาญี่ปุ่น (สอบวันเสาร์)




คงต้องวางสะแตนด์บายเอาไว้ตรงหัวเตียงก่อน
สอบเสร็จ ค่อยมานอนละเลียดอ่านให้สบายอารมณ์

อ้อ  ขอโฆษณานิดนึง
เราสั่งซื้อหนังสือจาก
booktailor
ซึ่งเป็นร้านหนังสือเล็กๆของ คุณหมู อัญชลี ศรีไพศาล

อ่านบล็อกนี้แล้ว โอ้ว ... ไอเดียเจิดจรัส
ทำให้ต้องเปิด
Mailbox สั่งหนังสือในบัดดล

เคยรู้สึกดีใจบ้างไหม 
เวลาเจอคนที่ชอบและสนใจอะไรๆ เล็กๆน้อยๆ รอบๆตัว คล้ายๆกัน
สถานที่-ต้นไม้-ดอกไม้-ใบไม้-ฤดูกาล-สองข้างทาง-หีบห่อ
หรือแม้แต่ ...ขนมหวาน
 


ความรื่นรมย์และความละเมียดละไม
เป็น
ปัจจัยที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตนะ


ทำให้

กระเป๋าแบนไง


ก็ว่าจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ว่ามีงานสัปดาห์หนังสือ
เพราะเพิ่งถอยไอ่ป๊อดไปแหม่บๆ (ตั้งใจจะประหยัดนะเนี่ย)
แต่ก็แว่บไปจนได้ (อ่ะนะ)


พยายามจะไม่เดินแบบสะเปะสะปะ
เพราะงบจะบานปลาย
เลยวางแผนไว้ตั้งแต่บนรถไฟฟ้าว่าจะไปซื้อหนังสือเล่มที่อยากได้จริงๆ

โหย
  เดินแค่ครึ่งชั่วโมง
ตบมาสิบกว่าเล่มอ่ะ (อ่ะจ๊ากกก)

เอาหนังสือที่ซื้อมารีวิว ซึ่งเราชอบนะ 
แบบว่าเฮ่ย เราอ่านเล่มนี้ เธออ่านอะไรอยู่
ชาวบล็อกอ่านเล่มไหนกันแล้วบ้างก็บอกกันได้นะ


MUD
เล่มสองมาแว๊ว เห็นบนแผงแล้วแม่อยากกรี๊ด


ควันใต้หมวก

การ์ตูนขนาดยาว เป็นเรื่องความรักของคนสองคน ที่ไม่น่าจะโคจรมาพบกันได้
ไปงานหนังสือทีไร ต้องได้หนังสือการ์ตูนของคุณตั้มทุกที
 


เกียวโตไดอะรี่
(
Kyoto Diary)
พอเปิดหนังสือเล่มนี้ เหมือนใครมาฉายภาพซ้ำ
เกียวโตทำชีวิตของเราเปลี่ยนไปจริงๆด้วยนะเนี่ย ...
(สัญญาว่าจะกลับไปอีกครั้งนะจ๊ะเกียวโตจ๋า)
(ตอนนี้ก็เปิดหนังสือดูรูปไปพลางๆก่อน)



นอนใต้ละอองหนาว
โดย ปราบดา หยุ่น
เราชอบชื่อเรื่องอ่ะ (ละอองหนาวที่ว่าคือหิมะ)
น้องในบูธบอกว่า
" พี่ๆ  เรื่องนี้อีโรติคมากๆ "
" เหรอๆ ... เอาๆๆๆๆ เอามาเลย "  -  - "



อย่างน้อยที่สุด

เล่มนี้เคยยืนอ่านฟรีที่ Kinokuniya นานแล้วล่ะ

แต่ไม่ซื้อเพราะมันเหลือเล่มเดียว(และก็เยินมาก)

และหลังจากนั้นห็หายากมาก (หมดสต๊อค)
ไปหาซื้อทีไหนก็หมด
เป็นบทสัมภาษณ์พี่ต้อม เป็นเอก ที่อ่านล้วจี๊ดๆจ๊าดๆ
พี่เค้าบ้าดี (แต่โคตรเจ๋งเลยอ่ะ)



หมดตังค์ที่บูธไต้ฝุ่นเยอะสุด
แต่แอบปลื้มการออกแบบปกของสำนักหนังสือที่นี่
การคัดเลือกกระดาษ รวมทั้งรายละเอียดเล็กๆน้อยในการพิมพ์
อย่างเช่นตัวหนังสือบนปกที่นูนๆ เคลือบพื้นผิวแปลกๆ จับๆคลำๆแล้วมันเพลินมือดี
กลิ่นกระดาษก็มีส่วนสำคัญ หนังสือของสำนักพิมพ์นี้
กลิ่นกระดาษมันหอมๆตุ่ยๆ ไม่ฉุนหมึกจนเวียนหัว
การออกแบบรูปเล่มหนังสือ มันคืองานศิลปะอย่างหนึ่งเลยนะ



แวะมาที่บูธวงกลม อยากได้อีกหลายเล่ม  แต่ต้องตัดใจซะบ้าง
เอาไว้ค่อยๆทยอยซื้อละกัน (ปลอบใจตัวเอง)
ซื้อแค่เล่มนี้เล่มเดียวเอง


กองทัพซูชิ

เล่มนี้ก็อยากได้มาน๊าน
แต่ไปเจอในร้านส่วนใหญ่มักจะเยิน
ตอนนี้เราชอบหนังสือพวก Comic Essay มากๆเลย
(แล้วเราก็ชอบกินอาหารญี่ปุ่นมากๆด้วย)

ขนาดเปิดดูรูปวาดยังน้ำยายไหยเยยยยยย

ส่วน 2 เล่มข้างล่างนี้ ซื้อที่บูธ สสท.
ซื้อในงานจะถูกกว่าซื้อที่ร้านหนังสือในศูนย์


มารยาทในการทำงาน

ซื้อเพราะเป็นหนังสือภาพการ์ตูนอีกแล้วครับท่าน
แหม คนญี่ปุ่นนี่ก็พิธีรีตองในการทำงานเยอะมากๆเลยนะนั่นน่ะ
ถ้าเราไปทำงานเป็นสาวออฟฟิศที่ญี่ปุ่น
สงสัยคงโดนไล่ออกตั้งแต่วันแรก  เหอๆๆๆๆๆ


ภาษาญี่ปุ่นง่ายๆสไตล์การ์ตูน
ตอน ชีวิตในญี่ปุ่น
อ่านเพื่อบิ๊วอารมณ์ตัวเองให้ขยันให้มากกว่านี้
ด้วยการเอาการ์ตูนมาปลุกใจให้ฮึกเหิม (คิดว่าน่าจะช่วยได้บ้างนะ)
จะขี้เกียจกันไปถึงหนายหนอเรา


แวะไปที่บูธมติชน โอ้คนเยอะมั่กมาก อย่างกับแจกหนังสือฟรี
แต่หนังสือที่นี่น่าอ่านทั้งนั้น โดยเฉพาะพวกหนังสือแปล
อ๊ะ อยู่ที่นี่นานๆไม่ดี 


Kafka on the Shore
ของ ฮารูกิ มูราคามิ มาลองอ่านงานของมูราคามิ เพราะซาชิซังแท้ๆ
เล่มนี้หนามากๆ  จะอ่านจบวันไหนก็ไม่รู้


Pinball ' 1973

ของลุงมูอีกเช่นกัน
(เราว่างานเขียนของมูราคามิแปลกมากๆเลยนะ  ออกแนวแฟนตาซีกึ่งๆหลอนๆ)


MURAKAMI ศาสดาเบสเซลเลอร์
โดย 'ปราย พันแสง
สงสัยว่า ทำไมมูราคามิ เค้าสามารถเขียนหนังสือแล้วคนอ่านกันทั่วโลก
มันต้องมีอะไรแน่ๆ
เล่มนี้รวมบทความวิเคราะห์งานเขียนของมูราคามิ แล้วก็หนังสือที่เค้าเขียนมาทั้งหมด
มีแบบแปลและตีพิมพ์หลายชาติหลายภาษามากๆ
โห  มีหลายเล่มที่เราไม่คุ้นตาและไม่เคยอ่านเลย

งานหนังสือปีนี้ สังเกตกันไหมว่า บรรยากาศเงียบสงบดี (ถึงคนจะเยอะแต่รู้สึกสบายหู)
ไม่มีเสียงลำโพงดังทะลุแก้วหูแบบปีก่อนๆ
คิดว่าทางผู้จัดคงมีมาตรการควบคุมเสียงในแต่ละบูธ โดยเฉพาะค่ายใหญ่ๆ (หรือเปล่าหว่า)
เพราะหลายปีที่ผ่านมา เราปวดหัวกับเสียงลำโพงที่แต่ละสำนักพิมพ์บิ๊กๆแข่งกัน
Hard sale
มาเลือกซื้อหนังสือแบบเงียบๆสงบๆ มันเป็นอะไรที่สบายใจมากๆเลยฮ่า

คนอ่านเค้ารู้กันหน่ะ ว่าตัวเองจะซื้อหนังสืออะไร
ไม่ต้องขยายเสียงให้ดังมากขนาดนั้นก็ได้





อ่าน MUD ฉบับปฐมฤกษ์จบแล้ว

สนุก และ เพลินๆดี (ชอบกลิ่นกระดาษ  หอมเหมือนกระดาษหนังสือเรียนสมัยประถม)

เวลาที่เห็นคนทำหนังสือกลุ่มเล็กๆ ทำอะไร
"จ๊าบๆ" แบบนี้

ก็รู้สึกสนุก และ คึกคักตามไปด้วย




ในฐานะที่เราเป็น คนอ่าน คนดู  (โดยเฉพาะชอบอ่านชอบดูการ์ตูนที่วาดเขียนโดยคนไทย)

ก็จะตามดู ตามอ่าน ตามไปเชียร์แบบเงียบๆ และตามไปอุดหนุนกันต่อไป
   



+ อยากอ่านเล่มสองแล้วจ๊า +



เราเลือกซื้อหนังสือเล่มนี้มาฝากเพื่อนของเราคนหนึ่ง

เป็นของฝากจากแดนอาทิตย์อุทัย

เป็นของขวัญต้อนรับวันใหม่ๆ สำหรับปีใหม่

 

และก็ตั้งใจว่าจะมอบหนังสือเล่มนี้ถึงมือผู้รับแบบให้กับมือ

นี่คือความตั้งใจตั้งแต่แรก


แต่คาดว่า

ตอนนี้ผู้รับคงยังไม่พร้อมจะเจอเราสักเท่าไหร่



 

ก็ไม่เป็นไรนะ

จะอย่างไรก็แล้วแต่ ...

ราชสาส์นจากเจ้าชายน้อย ก็จะยังถูกส่งไปให้

ตามความตั้งใจของเราเหมือนเดิม


รอรับพัสดุภัณฑ์ด้วยล่ะเพื่อน

  

ตอนที่อยู่ญี่ปุ่น
อย่างแรกที่เราอยากจะไปก็คือ ร้านหนังสือ

นี่ถ้าไม่ติดเรื่องน้ำหนักของกระเป๋า
เราคงหอบหนังสือกลับมาเมืองไทยอีกหลายสิบโล 

คนญี่ปุ่นชอบอ่านหนังสือ  ขนาดนั่งหรือยืนโหนบนรถไฟก็จะอ่านหนังสือกัน 
หนังสือที่ญี่ปุ่นมีหลากหลายประเภทมาก หนังสือแต่ละแบบก็จะมีกลุ่มผู้อ่าน

ว่ากันว่า ไม่ว่าจะทำอะไรในญี่ปุ่น ก็จะมี "ตลาด" ของตัวเองทั้งนั้น

แสดงว่าคนญี่ปุ่น มีความสนใจค่อนข้างหลากหลายเลยทีเดียวเชียว 

เห็นแล้วก็อิจฉาเค้า
 
ถ้าเป็นเมืองไทย ทำอะไรแปลกๆ
หรือนำเสนออะไรที่คนส่วนใหญ่เค้าไม่ค่อยทำกันก็จะไม่ค่อยรุ่งเท่าไหร่
 

ไปร้านหนังสือที่ญี่ปุ่นคราวนี้
เราตั้งใจไปซื้อหนังสือของบานานา โยชิโมโต


ถึงจะอ่านไม่ออก  แต่ก็หวังว่า สักวันคงจะอ่านภาคภาษาต้นฉบับออก
เป็นความฝันเล็กๆว่า ถ้าได้อ่านผลงานของนักเขียนที่เราชื่นชอบแบบที่ไม่ต้องผ่านการแปล
ก็คงจะดีไม่น้อย ...


เล่มกลางคือ ฮิโตะคะเกะ 
ออกแบบปกโดย ตั้ม วิศุทธิ์
  พรนิมิตร
นักวาดการ์ตูนคนไทยที่ตอนนี้ไปโด่งดังที่ญี่ปุ่นซะแล้ว 

ซ้ายสุด คือ ท์ซึกุมิ  ส่วนเล่มขวาคือ Kitchen

ราคาหนังสือที่ญี่ปุ่นถือว่าไม่แพงจนเกินไป (พอจะสู้ไหว)

แต่ถ้าอยู่ในร้านหนังสือนานๆ

มันก็ไม่ดีต่อสุขภาพเงินเยนในกระเป๋านะ




เพิ่งอ่าน  ฮิโตะคะเกะ : หญิงสาวผู้หวาดกลัวความสุข   บนรถเมล์แบบม้วนเดียวจบ

ปิดหนังสือแล้วก็อึ้งๆไปเล็กน้อย ...


เมื่อที่ได้อ่านงานเขียนของ โยชิโมโต บานานา ไม่ว่ากี่เรื่องต่อกี่เรื่อง

พออ่านจบ ก็รู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรมาจุกๆอยู่ที่คอ แก้มร้อนๆ ตาแดงๆ หายใจติดๆขัดๆ

คุณโยชิโมโตนี่เธอก็ช่างเป็นนักเขียนที่มีรสมือแปลกปร่า ประหลาดลึกล้ำดีจริงๆเลยนะ



อ่านจบไปแล้วหนึ่งรอบ

ก็อยากจะหาเวลานิ่งๆและเงียบๆ ค่อยๆละเลียดเล็มอ่าน ... อีกสักรอบ


ทั้งๆที่เนื้อหาในเรื่องก็มีตัวละครหลักๆอยู่แค่ ... คน 2 คน

เรื่องราวของคนสองคนที่มีอดีตในวัยเยาว์ที่(ค่อนข้าง)แปลกประหลาด

และสะเทือนจิตใจ(พอสมควร)


แต่โลกกลมๆก็มีแรงดึงดูดและแรงโน้มถ่วง พาให้คนสองคนที่ว่านั่น มาใช้ชีวิตร่วมกัน

เป็นความสัมพันธ์ของชีวิตคู่ที่ ... ดูอ้างว้าง ขาดๆหายๆ - ติดๆดับๆ

ชีวิตที่ต่างคนต่างก็มีปมที่ผูกมาคนละแบบ

ความสัมพันธ์ของคนสองคนที่ว่านี้


มันทำให้เรานึกถึงคำว่า 
 ' สิ่งที่เหมือนกันจะดึงดูดเข้าหากัน'

บางทีไอ้ความประหลาดของอีกฝ่าย ก็อาจจะช่วยลบปมบางอย่างให้กับอีกฝ่าย

เหมือนเป็นการบำบัดภาวะลุ่มๆดอนๆของจิตใจ

และช่วยเติมบางอย่างที่ขาดหายไปในช่วงชีวิตวัยเยาว์ ...เยียวยาให้กันและกัน

ก็อาจเป็นไปได้

 



ใครว่า ความผิดปกติ ไม่ดี  ... ดิฉันขอเถียง

 

ความบูดๆเบี้ยวๆ  

บางทีมันก็มีความงามซ่อนอยู่นะ