tick-Aroi


เมื่อเช้าเราตื่นตั้งแต่ตี 5

เหตุที่ตื่นเช้าผิดปกติ ก็เพราะเราสะดุ้งตื่นตอนตี 3

สะดุ้งตื่นเพราะฝันไปว่ากำลังเคลียร์งานในออฟฟิศที่คั่งค้างตั้งแต่ก่อนวันหยุดยาว

แม่จ้าว ... ช่างฝันได้วิชาการมากๆ

ปกติเราไม่ใช่พวกบ้างานเลยนะ

ยกเว้นว่า ถ้างานไม่เสร็จ ก็อาจจะรู้สึกเหมือนมีอะไรติดๆอยู่ในใจ

และนี่ก็อาจจะเป็นสาเหตุแห่งฝันบ้าวิชาการ ... ทำกรูตื่นตั้งแต่ตีห้า ... ฮ่วย
ฮ่วย



ตกบ่ายได้รับโทรศัพท์จากลูกค้าฝิ่น

ซึ่งเป็นทีมลูกค้าที่น่ารักมากๆ

เราไปรับงานมาตั้งแต่เดือนที่แล้วแล้วล่ะ


แล้วเราก็จัดการดองเอาไว้ (เอาเรื่องป่วยมาอ้าง)

ครบ 1 เดือนพอดี
ลูกค้าก็โทรมาตามงาน (น้ำเสียงลูกค้าเกรงใจมาก)

เรารับสาย ก็ขอโทษขอโพยที่ล่าช้าไปตามระเบียบ (มันน่านัก)

แต่ลูกค้าแสนดีของเราก็ดันมาขอโทษเรากลับอีก

บอกว่า เค้าขอโทษ ที่ทอดทิ้งเรา ไม่ได้ส่งข้อมูลมาเพิ่มเติมให้ ปล่อยให้คุณติ๊กรอยาว
!

อ้าว ... เป็นซะงั้นไป
(แต่ก็ดีนะ ... ฮิ ฮิ)

.
.

เราเลยสัญญากับตัวเองไว้ว่า วันหยุดนี้ เราจะจัดการ งานที่คั่งค้างทั้งหลายให้เสร็จ

ต้องทำให้ดีๆด้วย เพราะลูกค้าน่ารักซะขนาดนี้

(งานเสร็จเร็ว
ก็ได้เงินเร็ว ... ท่องไว้นะโว๊ย)

.
.

ช่วงนี้เราอาจจะงดออกเดท งดปาร์ตี้ งดเดินสาย

เราขอตัวหมกอยู่บ้าน
สูบผิ่น กินยาดอง

ระยะนี้ เรืองดออกเดินทะเลชั่วคราว

ขอเก็บหอมรอมริบสำหรับฝันเล็กๆของเรา

ใครไปไหนมาไหน ก็เผื่อแผ่เราบ้างเน้อ

.
.


วันนี้เราส่งอีเมลล์รูปข้างล่างนี้ไปให้น้องชาย

น้องชายผู้ซึ่งติดภารกิจ ไม่สามารถกลับมาร่วมวงไพบูลย์กินข้าวกับครอบครัวในวันหยุดยาวได้



บ้านเรากินกันง่ายๆนะ

อาหารอาจจะธรรมด๊า ธรรดา ไม่หรูหรา ... แต่ว่าถูกปาก
.

มีบางเมนูในรูป เราเป็นคนลงมือทำเองด้วย (ให้เดากันเองละกันว่าชามไหน ฮ่ะ ฮ่ะ)


ส่วนเมนูอาหารช่องสุดท้ายที่ว่างไว้

เราเว้นไว้ให้น้องชายมันเติมเอาเอง ... ว่าอยากกินอะไร


บ้านช่องไม่กลับ อดกินของอร่อย

โสน้าหน้า โสน้าหน้า ...






ข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่น

ฝีมือเราเอง   น่ากินป่าว
  

おいしい !





อีกเดือนกว่าๆ เราก็จะจบคอร์สมินนาโนะ นิฮงโกะ
1 แล้ว
เรียนมา 5 เดือน (แต่แค่สัปดาห์ละ 1 วัน)
ก็สนุกดีนะ (เรายังไม่เคยขาดเรียนเลย)
 

เราเองก็ยังไม่รู้ว่าจะเรียนต่อคอร์สใหม่เลย
หรือว่าจะเปลี่ยนที่เรียนแล้วลงคอร์สพื้นฐานให้มันแน่นๆอีกสักคอร์ส

ช่วงนี้ก็เจียดทุนทรัพย์เก็บสำรองไว้สำหรับเรียนในคอร์สต่อไป
(ค่าเรียนก็มิใช่จะถูกๆ)

แต่จริงๆแล้ว เราก็อยากไปเรียนภาษาที่ญี่ปุ่นเหมือนกันนะ

เอาแบบคอร์สสั้นๆ 3-4 เดือน
ถ้าได้ไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่อำนวยแบบนั้นก็คงจะดี

แต่ก็อย่างว่าแหล่ะ มันก็ต้องใช้ทุนทรัพย์ที่มากเอาการอยู่
ก็ฝันๆเพ้อๆไป แหม  อยากรวยๆจัง 
จะได้ทำอะไรก็ได้อย่างที่อยากทำแบบไม่ต้องมีข้อจำกัด


ตอนนี้ลองหัดเขียนไดอะรี่เป็นภาษาญี่ปุ่น
รวมทั้งจดบันทึกรายจ่ายประจำวันเป็นศัพท์ญี่ปุ่นด้วย
(ก็เขียนประโยคง่ายๆ อย่างเช่น ตื่นนอนกี่โมง เข้านอนกี่โมง)
ซึ่งก็ช่วยในเรื่องการจำศัพท์และหัดเขียนรูปประโยค

ภาษาญี่ปุ่นมันมีเรื่องต้องให้จำเยอะแยะไปหมด

ยิ่งเรียนก็ยิ่งยาก แต่เรียนแบบอยากรู้อยากเห็น
มันก็ทำให้สนุกมากกว่าเรียนเพราะจำเป็นต้องเรียนอ่ะนะ


เมื่อวานหลังจากเรียนเสร็จ แวะไปเดินเล่นย่าน Little Japan
ละแวกโรงเรียนเรามีร้านแนวเจแปนเยอะแยะเชียวแหละ
ร้านขนมเนี่ย ชอบมากที่ซู๊ด  ปกติเราไม่ชอบกินจุบจิบนะ
(ยกเว้นเบเกอรี่) (ร้านคัสตาร์นากามูระ สุขุมวิท 33/1หน่ะ จ๊าบมั่ก-มาก)

พูดแล้วก็คิดถึงญี่ปุ่น อยากกินอาหารญี่ปุ่น
อยากไปญี่ปุ่น
  อยากอยู่ญี่ปุ่น


....

+ ส่วนพื้นที่ตรงนี้
ขอนำรูปมาแปะยั่วใครบางคน +

ที่เมกามีแบบนี้กินมั่งป่าว


+ แหนมข้าวทอดแซ่บๆ +



+ ก๋วยเตี๋ยวเมี่ยงปลาทู (โห น้ำจิ้มสุดยอดไปเรย) +

จริงๆมีอีกหลายอย่างที่เค้าคิดว่าเค้าจะเอารูปมาแปะอ่ะนะ

แต่เค้าไม่อยากทำบาป รู้ว่าอยากของแซ่บๆ แต่ไม่ได้กินนี่มันคงทรมานใจน่าดู

(นี่ๆ  อย่าเผลอเช็ดน้ำหมากขากน้ำลายสิ)

อยู่ที่โน่นมีแบบนี้กินมั่งป่าว ...

อยากกินอ๊ะป่าว ...

ส่วนปลาสลิดอ่ะ  รอไปก่อนนะคะคุณน้อง  ... (เจ๊ไม่ค่อยว่าง)

เหอ เหอ เหอ เหอ ^^