ทำให้
กระเป๋าแบนไง 
เพราะเพิ่งถอยไอ่ป๊อดไปแหม่บๆ (ตั้งใจจะประหยัดนะเนี่ย)
แต่ก็แว่บไปจนได้ (อ่ะนะ)
พยายามจะไม่เดินแบบสะเปะสะปะเพราะงบจะบานปลาย
เลยวางแผนไว้ตั้งแต่บนรถไฟฟ้าว่าจะไปซื้อหนังสือเล่มที่อยากได้จริงๆ
โหย เดินแค่ครึ่งชั่วโมง
ตบมาสิบกว่าเล่มอ่ะ (อ่ะจ๊ากกก)
เอาหนังสือที่ซื้อมารีวิว ซึ่งเราชอบนะ
แบบว่าเฮ่ย เราอ่านเล่มนี้ เธออ่านอะไรอยู่
ชาวบล็อกอ่านเล่มไหนกันแล้วบ้างก็บอกกันได้นะ

MUD เล่มสองมาแว๊ว เห็นบนแผงแล้วแม่อยากกรี๊ด

ควันใต้หมวก
การ์ตูนขนาดยาว เป็นเรื่องความรักของคนสองคน ที่ไม่น่าจะโคจรมาพบกันได้
ไปงานหนังสือทีไร ต้องได้หนังสือการ์ตูนของคุณตั้มทุกที

เกียวโตไดอะรี่ (Kyoto Diary)
พอเปิดหนังสือเล่มนี้ เหมือนใครมาฉายภาพซ้ำ
เกียวโตทำชีวิตของเราเปลี่ยนไปจริงๆด้วยนะเนี่ย ...
(สัญญาว่าจะกลับไปอีกครั้งนะจ๊ะเกียวโตจ๋า)
(ตอนนี้ก็เปิดหนังสือดูรูปไปพลางๆก่อน)

นอนใต้ละอองหนาว
โดย ปราบดา หยุ่น
เราชอบชื่อเรื่องอ่ะ (ละอองหนาวที่ว่าคือหิมะ)
น้องในบูธบอกว่า
" พี่ๆ เรื่องนี้อีโรติคมากๆ "
" เหรอๆ ... เอาๆๆๆๆ เอามาเลย " - - "

อย่างน้อยที่สุด
เล่มนี้เคยยืนอ่านฟรีที่ Kinokuniya นานแล้วล่ะ
แต่ไม่ซื้อเพราะมันเหลือเล่มเดียว(และก็เยินมาก)
และหลังจากนั้นห็หายากมาก (หมดสต๊อค)
ไปหาซื้อทีไหนก็หมด
เป็นบทสัมภาษณ์พี่ต้อม เป็นเอก ที่อ่านล้วจี๊ดๆจ๊าดๆ
พี่เค้าบ้าดี (แต่โคตรเจ๋งเลยอ่ะ)
หมดตังค์ที่บูธไต้ฝุ่นเยอะสุด
แต่แอบปลื้มการออกแบบปกของสำนักหนังสือที่นี่
การคัดเลือกกระดาษ รวมทั้งรายละเอียดเล็กๆน้อยในการพิมพ์
อย่างเช่นตัวหนังสือบนปกที่นูนๆ เคลือบพื้นผิวแปลกๆ จับๆคลำๆแล้วมันเพลินมือดี
กลิ่นกระดาษก็มีส่วนสำคัญ หนังสือของสำนักพิมพ์นี้
กลิ่นกระดาษมันหอมๆตุ่ยๆ ไม่ฉุนหมึกจนเวียนหัว
การออกแบบรูปเล่มหนังสือ มันคืองานศิลปะอย่างหนึ่งเลยนะ
แวะมาที่บูธวงกลม อยากได้อีกหลายเล่ม แต่ต้องตัดใจซะบ้าง
เอาไว้ค่อยๆทยอยซื้อละกัน (ปลอบใจตัวเอง)
ซื้อแค่เล่มนี้เล่มเดียวเอง

กองทัพซูชิ
เล่มนี้ก็อยากได้มาน๊าน
แต่ไปเจอในร้านส่วนใหญ่มักจะเยิน
ตอนนี้เราชอบหนังสือพวก Comic Essay มากๆเลย
(แล้วเราก็ชอบกินอาหารญี่ปุ่นมากๆด้วย)
ส่วน 2 เล่มข้างล่างนี้ ซื้อที่บูธ สสท.
ซื้อในงานจะถูกกว่าซื้อที่ร้านหนังสือในศูนย์

มารยาทในการทำงาน
ซื้อเพราะเป็นหนังสือภาพการ์ตูนอีกแล้วครับท่าน
แหม คนญี่ปุ่นนี่ก็พิธีรีตองในการทำงานเยอะมากๆเลยนะนั่นน่ะ
ถ้าเราไปทำงานเป็นสาวออฟฟิศที่ญี่ปุ่น
สงสัยคงโดนไล่ออกตั้งแต่วันแรก เหอๆๆๆๆๆ

ภาษาญี่ปุ่นง่ายๆสไตล์การ์ตูน
ตอน ชีวิตในญี่ปุ่น
อ่านเพื่อบิ๊วอารมณ์ตัวเองให้ขยันให้มากกว่านี้
ด้วยการเอาการ์ตูนมาปลุกใจให้ฮึกเหิม (คิดว่าน่าจะช่วยได้บ้างนะ)
จะขี้เกียจกันไปถึงหนายหนอเรา
แวะไปที่บูธมติชน โอ้คนเยอะมั่กมาก อย่างกับแจกหนังสือฟรี
แต่หนังสือที่นี่น่าอ่านทั้งนั้น โดยเฉพาะพวกหนังสือแปล
อ๊ะ อยู่ที่นี่นานๆไม่ดี

Kafka on the Shore
ของ ฮารูกิ มูราคามิ มาลองอ่านงานของมูราคามิ เพราะซาชิซังแท้ๆ
เล่มนี้หนามากๆ จะอ่านจบวันไหนก็ไม่รู้

Pinball ' 1973
ของลุงมูอีกเช่นกัน
(เราว่างานเขียนของมูราคามิแปลกมากๆเลยนะ ออกแนวแฟนตาซีกึ่งๆหลอนๆ)

MURAKAMI ศาสดาเบสเซลเลอร์
โดย 'ปราย พันแสง
สงสัยว่า ทำไมมูราคามิ เค้าสามารถเขียนหนังสือแล้วคนอ่านกันทั่วโลก
มันต้องมีอะไรแน่ๆ
เล่มนี้รวมบทความวิเคราะห์งานเขียนของมูราคามิ แล้วก็หนังสือที่เค้าเขียนมาทั้งหมด
มีแบบแปลและตีพิมพ์หลายชาติหลายภาษามากๆ
โห มีหลายเล่มที่เราไม่คุ้นตาและไม่เคยอ่านเลย
งานหนังสือปีนี้ สังเกตกันไหมว่า บรรยากาศเงียบสงบดี (ถึงคนจะเยอะแต่รู้สึกสบายหู)
ไม่มีเสียงลำโพงดังทะลุแก้วหูแบบปีก่อนๆ
คิดว่าทางผู้จัดคงมีมาตรการควบคุมเสียงในแต่ละบูธ โดยเฉพาะค่ายใหญ่ๆ (หรือเปล่าหว่า)
เพราะหลายปีที่ผ่านมา เราปวดหัวกับเสียงลำโพงที่แต่ละสำนักพิมพ์บิ๊กๆแข่งกัน Hard sale
มาเลือกซื้อหนังสือแบบเงียบๆสงบๆ มันเป็นอะไรที่สบายใจมากๆเลยฮ่า
คนอ่านเค้ารู้กันหน่ะ ว่าตัวเองจะซื้อหนังสืออะไร
ไม่ต้องขยายเสียงให้ดังมากขนาดนั้นก็ได้