คืนวันศุกร์กะจะรีบเข้านอนแต่หัวค่ำ เพื่อเอาแรงนั่งปั่นงานวันหยุด
แต่ก่อนจะมุดขึ้นเตียง ดันไปค้นเจอแผ่นหนังที่น้องสาวทิ้งเอาไว้ก่อนไปอเมริกา
(ในถุงเน่าๆนั้นมี VCD ซีรีย์เกาหลีเพียบบบบบบ)
ไม่ได้ดูหนังแผ่นนานมากๆ
DVD ที่หลายๆคนให้ยืมมาดู อยากดูแทบแย่ แต่ก็ไม่ค่อยมีเวลา
(ถ้าจะดูหนังต้องมีความพร้อมนะ ประมาณว่า อารมณ์พร้อม
ไม่เพลีย ไม่เหนื่อย ไม่ง่วง และไม่มีงานคั่งค้างให้รู้สึกตะหงิดๆใจ)
“Whisper of the Heart ” หรือ Mimi Wo Sumaseba : If you listen Closly

“ โปรดอย่าฟังเสียงกระซิบจากสังคม
ที่บังคับให้เราต้องมีชีวิตสูตรสำเร็จแบบที่สังคมกำหนดไว้
แต่ให้ฟังเสียงกระซิบจากหัวใจตัวเอง ว่าจะเลือกเดินไปทางไหน … ”
“ เราก็เหมือนหินแร่ที่ยังไม่ได้รับการเจียระไน ...
หาตัวเองให้เจอ
แล้วก็จงเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ...”



เฮ้อ ...
ดูอะนิเมะของ Ghibli ทีไร ใจเต้นทุกที
เสียดายที่ตอนอยู่ญี่ปุ่น เราไม่ได้ไป Museum ของจิบลิ สตูดิโอ (พลาดอย่างแรง)
ที่สำคัญก็คือ เพลงประกอบหนังเรื่องนี้ ...
Take Me Home , Country Road ซึ่งขับร้องโดย Olivea Newton John
ร้องเพลงนี้ได้เสียงหวาน กังวาน ดูจริงใจมากๆ
เราชอบเพลงในเวอร์ชั่นหนังเรื่องนี้นะ
ไวโอลิน ผสมฟลุ๊ต กับปิ๊กโกโร่ ฟังแล้วเหมือนเปิดหน้าต่างตอนเช้าๆ
แล้วเห็นฟ้าสีใสๆ อากาศสดชื่น กับเมฆเป็นปุยๆ มีนกร้องจิ๊บๆๆๆ
อะไรประมาณนั้นเลย
ฉันเคยฝันใฝ่
อยากจะใช้ชีวิตด้วยตนเอง
ไม่หวั่นเกรงที่ต้องอยู่อย่างเดียวดาย
ทิ้งความทุกข์เศร้าในใจไว้เบื้องหลัง
แล้วแสร้งทำว่าตัวฉันนั้นแข็งแกร่ง
คันทรี่โรด ... ถนนสายนี้
ถ้าหากมุ่งตรงไปจนสุดทาง
ฉันรู้ได้ด้วยใจของฉัน
ว่ามันจะนำฉันไป
สู่เมืองแห่งนั้น คันทรี่โรด
ไม่ว่าจะทุกข์เพียงใดก็ไม่หวั่น
ฉันจะไม่มีวันต้องหลั่งน้ำตา
ฉันก้าวเท้าเร็วขึ้น
ตามที่ใจฉันปรารถนา
แล้วโยนความทรงจำเก่าๆนั้นทิ้งไป
คันทรี่โรด ... ถนนสายนี้
ตรงไปสู่บ้านเกิดของฉัน
ฉันจะไม่ไปที่นั่น
ฉันกลับไปไม่ได้
ไม่อาจไปตามทางได้
เมื่อวันพรุ่งนี้มาถึง
ฉันก็จะเป็นอย่างที่ฉันเป็น
อยากกลับไปที่นั่น
แต่ไม่อาจกลับไปได้
คันทรี่โรด ...
- - - ใครฝันอะไรกันไว้
ก็ทำให้มันเป็นจริงให้ได้นะ ... พยายามเข้า - - -
(ประโยคสุดท้ายนี่ก็บอกกับตัวเองด้วยเหมือนกัน)